เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยี ช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย มุ่งสู่ “เมืองเดินทางดี” สำหรับทุกคน

0
99

เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยี ช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย มุ่งสู่ “เมืองเดินทางดี” สำหรับทุกคน

(2 มีนาคม 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกพระโขนง พร้อมย้ำแนวทางสำคัญของกรุงเทพมหานครในการ “นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเมือง” โดยเฉพาะปัญหาการจราจรที่สะสมมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนระบบควบคุมสัญญาณไฟจากแบบ Fixed Time สู่ Adaptive Control อย่างเป็นระบบทั่วกรุง

ในการนี้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ผู้แทนกองบังคับการตำรวจจราจร และ สน.คลองตัน ร่วมให้ข้อมูลและนำเยี่ยมชมการทำงานของระบบ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีทางแยกในความดูแล 746 แห่ง โดยกว่า 80% ยังเป็นระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงแบบคงที่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณรถที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กทม.จึงเร่งอัปเกรดสู่ระบบ Adaptive ที่ใช้กล้อง CCTV และเทคโนโลยีประมวลผลภาพ (Image Processing) ตรวจจับปริมาณรถแบบ Real-time ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ตู้ควบคุมที่พัฒนาอัลกอริทึมใหม่ให้สามารถ “คิดและปรับไฟเอง” ตามสถานการณ์จริง เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน กรุงเทพมหานครสรุปข้อเปรียบเทียบระหว่าง “ระบบเดิม” กับ “ระบบใหม่” ดังนี้

  1. หลักการทำงาน
  • ระบบ Fixed Time: ตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงตายตัวตามรอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่เปลี่ยนตามสภาพรถ
  • ระบบ Adaptive: ปรับระยะเวลาไฟเขียว–ไฟแดงอัตโนมัติตามปริมาณรถจริงในแต่ละทิศทางแบบทันที

  1. ความสอดคล้องกับสภาพจราจร
  • ระบบ Fixed Time: ไม่ตอบสนองต่อชั่วโมงเร่งด่วน เหตุฉุกเฉิน หรือปริมาณรถที่เพิ่ม–ลดกะทันหัน
  • ระบบ Adaptive: วิเคราะห์ความหนาแน่นและความยาวแถวคอย (Queue Length) ล่วงหน้าก่อนถึงแยกประมาณ

150 เมตร เพื่อจัดสรรเวลาไฟให้เหมาะสมที่สุด

  1. ปัญหาที่พบบ่อย
  • ระบบ Fixed Time: เกิด Lost Green Time (ไฟเขียวแต่ไม่มีรถ) และ Grid Lock (รถติดค้างกลางแยก) ทำให้การจราจร

ทั้งระบบชะงัก

  • ระบบ Adaptive: มีระบบ Grid Lock Protection หากตรวจพบว่าด้านหน้าระบายรถไม่ได้ จะตัดไฟเขียวทันที เพื่อ

ป้องกันรถขวางกลางทางแยก

  1. ประสิทธิภาพที่วัดผลได้
  • ระบบ Fixed Time: ความล่าช้าสะสมสูง โดยเฉพาะในจุดตัดสำคัญ
  • ระบบ Adaptive: จากผลนำร่อง 74 ทางแยก ในช่วงปี 2567–2568 สามารถลดความล่าช้าได้เฉลี่ย 10–41% โดยบางจุด

เช่น แยกสามเหลี่ยมดินแดง ลดได้สูงสุดถึง 41% ขณะที่แยกพระโขนง (ฝั่งถนนพระรามที่ 4) ลดเวลารอจาก 12 นาที

เหลือเพียง 5–6 นาที

 

  1. ผลกระทบต่อประชาชน
  • ระบบ Fixed Time: ประชาชนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองพลังงาน และเพิ่มมลพิษจากการจอดรถติด
  • ระบบ Adaptive: ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยไอเสีย และเพิ่มความคล่องตัวของทั้งโครงข่าย

ถนน

 

สำหรับแผนปี 2569 กรุงเทพมหานครเตรียมติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก และมีแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยจะเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้การบริหารจัดการสัญญาณไฟมีความสอดประสานทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด

 

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับเวลาของสัญญาณไฟจราจร แต่คือการติดตั้ง “สมองกล” ให้กับทางแยกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้สัญญาณไฟสามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เองตามสภาพจราจรจริง และยังคงพัฒนาระบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

นี่คือการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหารถติดอย่างยั่งยืน คืนเวลาที่มีค่าให้ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้เดินทางได้สะดวก คล่องตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ตามเป้าหมายของนโยบาย
“เดินทางดี” อย่างแท้จริง