นุ้ย สุจิรา ยันโรงเรียนมีมาตรการป้องกัน COVID-19 ลั่นสุขภาพเด็กๆ ทุกคนสำคัญที่สุด

0
212

นุ้ย สุริจา เปิดใจในฐานะเจ้าของโรงเรียน Thai International School ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจหลังไวรัส โควิด-19 ระบาด เผยโรงเรียนมีมาตรการป้องกันอย่างดี เพราะสุขภาพของนักเรียนนั้นสำคัญที่สุด พร้อมแจงปมดราม่าใช้มาร์กหน้าร่วมกับสามี ยันไม่ใช่แมส


ดราม่าที่ใช้มาร์กอันเดียวกับสามี?
“(หัวเราะ) อันนั้นมาส์กหน้าไม่ใช่แมส แมสนี่ไม่ใช้ร่วมกันนะ ของใครของคนนั้นเลย เหม็นน้ำลาย(หัวเราะ) จริงๆตอนนั้นนุ้ยใช้ร่วมกันก่อนที่จะมีกระแสโควิดนะ แล้วก็อันนั้นเป็นแซวเล่นๆเพราะว่าเราซื้อมาส์กมา แล้วมันฉ่ำมาก เวลาเขาให้แปะ15นาที พอแปะแล้วมันยังเยิ้มอยู่ เสียดาย เลยแปะให้สามีเลย”

ไม่กลัวจะมีดราม่าใช้ของร่วมกัน?
“หรอ ต้องมีหรอ ไม่น่าหรอก สามี-ภรรยากันเนอะ แล้วเราก็ไว้ใจ วันๆไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ อยู่บ้านแล้วก็โรงเรียน ออกไปข้างนอกเขาก็ใส่แมสป้องกันตัวเอง บ้านเราเป็นบ้านที่มีวัฒนธรรมใส่แมสอยู่แล้ว เพราะนุ้ยเป็นคนที่แพ้ฝุ่น นุ้ยจึงใส่แมสอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ส่วนปอนด์ช่วงนี้เขาก็ระวังตัวเองมากขึ้น เนื่องจากเรามีลูกเล็ก”
วันนี้เรามาร่วมงานคนค่อนข้างเยอะ เรามีวิธีป้องกันอย่างไร ?
“กลับบ้านก็นอนแยกห้องค่ะ และก็ใส่แมสตลอด 24 ชั่วโมง คือโดยปกติเวลาที่นุ้ยไม่สบาย นุ้ยก็จะใส่แมสนอนอยู่แล้วนะคะ แยกห้องไปเลยเพราะมันน่ากลัว โดยเฉพาะช่วงนี้ด้วยแล้ว นุ้ยไม่ได้โทษใคร ไม่ได้โทษว่าคนนู้นเป็นหรือคนนี้เป็น แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะลูกเรายังเล็ก จริงๆ มันไม่ใช่แค่ โควิด-19 หรอก ยังมีโรคอื่นๆ ที่ก็พัฒนาสายพันธุ์ไปแล้วเหมือนกัน นุ้ยไม่ได้หมายความว่าการที่นุ้ยมางานนี้ ทุกคนจะมีเชื้อโรค มันไม่ใช่ แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากร่างกายเราอ่อนแอ แค่ลมโชยมาแล้วเรารับ เราก็อาจจะเจ็บป่วยได้ เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ”

เรื่องโรงเรียนของเรา ตอนนี้ป้องกันอย่างไรบ้าง ?
“โรงเรียนเราจะมีมาตรการอบฆ่าเชื้อห้องอยู่แล้วค่ะ และจะมีการบิ๊กคลีนด้วย ซึ่งหมายถึงอบฆ่าเชื้อ เช็ดถูทุกอย่าง ซักพรม ทำความสะอาด นี่คือมาตรการปกติของโรงเรียนเรา รวมถึงทุกๆ ห้องก็จะมีเครื่องฟอกอากาศเพื่อสุขอนามัยที่ดีของเด็กๆ นอกจากนั้นในช่วงแรกๆ เราเองก็มีการแจกหน้ากากอนามัยให้กับเด็กๆ อยู่เหมือนกัน แต่ด้วยความที่ตอนนี้ทุกอย่างมันค่อนข้างขาดแคลน เราจึงต้องขอให้ผู้ปกครองเตรียมมาให้บุตรหลานของตนเอง ในขณะที่คุณครูเองก็จะคอยช่วยสังเกตอาการของเด็กๆ ถ้าเด็กมีน้ำมูกไหล มีไข้ เราก็จะคอยสังเกตตลอด และมีการขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองนำพาสปอร์ตของผู้ปกครองและเด็กๆ มาให้ตรวจสอบด้วย ซึ่งผู้ปกครองให้ความร่วมมือและน่ารักมากๆ ค่ะ บางครอบครัวที่มีคุณลุงคุณป้าอยู่ด้วย เขาก็นำของคุณลุงคุณป้ามาให้ดูเหมือนกันว่าปลอดภัย ทั้งหมดที่เราทำนี้ก็เพื่อสุขภาพและอนามัยที่ดีของเด็กๆ ทุกคน ตอนนี้เราก็เริ่มสอนเด็กๆ เรื่องการล้างมือ และก็เรื่องสอนเรื่องของเชื้อโรค ให้เด็กๆ รู้ว่ามีเชื้อโรคอยู่รอบๆ ตัวเราตลอดเวลา และเขาจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้สุขภาพดี นอกจากการออกกำลังกาย การล้างมือให้สะอาดก็สำคัญ อีกอย่างกิจกรรมในห้างหรือแหล่งชุมชนก็อาจจะต้องลดลงด้วย”

หากสถานการณ์หนักขึ้นกว่านี้ จะต้องถึงขั้นปิดโรงเรียนเลยไหม ?
“ถ้าหากมันหนักขึ้นจริงๆ การสั่งปิดโรงเรียนมองได้หลายแบบนะคะ คือคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงติด มีการแพร่ระบาดในโรงเรียนหรือเปล่า มันก็เป็นไปได้ และนุ้ยมองว่าจริงๆ แล้วโรงเรียนของนุ้ยเปิดอยู่โดยที่ไม่ให้เด็กไปมีกิจกรรมอื่นที่เราไม่รู้ การมาโรงเรียนปลอดภัยกว่านะคะ เพราะเรามั่นใจในมาตรฐานและมาตรการการควบคุมการแพร่กระจายโรคของโรงเรียนเรา ที่โรงเรียนเรามีคุณหมอเด็ก คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงเรียนตลอด นุ้ยรู้สึกว่าโชคดีที่โรงเรียนของนุ้ยเป็นระบบอเมริกัน เด็กๆ เลยไม่ได้หยุดแบบระบบอังกฤษในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เลยทำให้เด็กไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศหรือเดินทางไปไหน ถือว่าเป็นความปลอดภัยในระดับหนึ่งค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่างที่บอกมันยังต้องมีการตรวจในระดับหนึ่งค่ะ และทั้งนี้ทั้งนั้นที่เราทำไม่ได้เพื่ออะไรเลย เราทำเพื่อให้เด็กๆ รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้นเองค่ะ”

ได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองบ้างไหม ถึงสถานการณ์ต่างๆ ในช่วงนี้ ?
“ผู้ปกครองทุกคนน่ารักกับเรามากค่ะ เรามีการพูดคุยกันตลอด ใครไปไหนมาไหนก็บอกกันตรงๆ คนไหนที่มีการเดินทาง เขาก็ยอมอยู่บ้าน 14 วันเช่นกัน มันเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันเลยค่ะ มันเป็นเรื่องจิตสำนึกของทุกๆ คน”

แสดงว่าก็มีเด็กที่ออกไปต่างประเทศบ้างเหมือนกันใช่ไหม ?
“มีแค่เคสเดียวค่ะที่เดินทาง ซึ่งเขาก็แจ้งเราตามตรง และไม่ได้พาบุตรหลานมาโรงเรียน ถามว่าการหยุด 14 วันมีผลกระทบต่อเด็กๆ ไหม ไม่มีหรอกค่ะ เราสามารถเรียนทางอินเตอร์เน็ต และการบ้านก็จะใช้การสื่อสารผ่านโปรแกรมโซเชียลของโรงเรียนเรา คุณครูก็จะคอยส่งการบ้านให้กับเด็กๆ ตลอด โชคดีมากค่ะที่โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเด็กเล็ก มันเลยทำให้การฝึกที่บ้านเป็นเรื่องที่สามารถทำได้”

ผู้ปกครองเข้าใจใช่ไหม กับมาตรการต่างๆ ของโรงเรียน ?
“ทุกคนเต็มที่มากๆ ค่ะ ทุกคนให้ความร่วมมือกันอย่างดี”

ตัวเราเองดูแลลูกยังไงบ้าง ?
“ตอนนี้ก็ไม่ได้ให้ไปเรียนเสริมอะไรในห้างค่ะ ไม่ได้มีการเดินห้าง แต่ด้วยการที่เขาเป็นเด็ก เขาก็ต้องการออกไปใช้ชีวิตเนอะ ดังนั้นนุ้ยก็เลยใช้วิธีการผันโรงเรียนของเราในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ให้เป็นการเรียนพิเศษ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องไปเรียนกันในห้าง ในจะมีเรื่องของปุ้งปั้งอะไรต่างๆ อีก เราก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย ดังนั้นในเมื่อโรงเรียนเราเป็นที่ปลอดภัย แถมยังมีรปภ. คอยดูแลเด็กๆ มีแม่บ้านคอยทำความสะอาด เราก็มั่นใจว่าเด็กๆ จะต้องมีสุขภาพที่ดี”

ตัวเราเองมีแอบจิตตกบ้างไหมกับข่าวที่ออกมาในระยะนี้ ?
“ก็ควรจิตตกค่ะ แต่ก็อย่าถึงขนาดทำให้เครียดหรือนอนไม่หลับเลย เอาเป็นว่าถ้าเราไม่ไปที่เสี่ยงได้ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าจำเป็นต้องไปก็ต้องป้องกัน”