บุ๋ม รับน้องคริสมาสต์ ลูกสาวพยาบาล​ที่เสียชีวิต​ เป็นบุตรบุญธรรม​ พร้อมลุยคดีครู 5 คน กับนักเรียน

0
317
ออกมาเปิดใจรับน้องคริสมาสต์ ลูกของพยาบาลสาวที่เสียชีวิตลง เพราะมีโรคประจำตัวและทำงานหนักในช่วงโควิด เป็นลูกบุญธรรม สำหรับบุ๋ม ปนัดดา โดยเจ้าตัวยืนยันจะส่งค่าเล่าเรียนจนกว่าจะจบปริญญาตรี พร้อมเผยถึงกรณีครูข่มขืนนักเรียนที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้  ย้ำหลังจากนี้ยังคงเดินหน้าเกี่ยวกับบทลงโทษกฏหมายข่มขืนอย่างเต็มที่

ถามถึงเรื่องลูกสาวน้องคริสมาสต์?

สำหรับเรื่องของคริสต์มาสเริ่มแรกก่อนเลยจริงๆแล้วมาจากข้อความของคุณพ่อเขาที่ส่งเข้ามาทางองค์กรทำดีและบุ๋มเองก็ติดตามเคสนี้มาตั้งแต่แรกว่าพี่พยาบาลท่านนี้จะได้รับการเยียวยา ชดเชยอย่างไรบ้าง เพียงแต่ว่าพอได้พูดคุยกับคุณพ่อไปอาจจะด้วยเกณฑ์การได้รับการเยียวยาต้องเป็นหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่ติดโควิด   แต่บังเอิญท่านนี้มาจากร่างกายที่ป่วยอยู่แล้วเพียงแต่ว่าพอช่วงโควิดก็เลยเป็นงานที่หนัก อย่าลืมนะคะว่าสมมุติถ้ามีคนไข้ที่มีความเสี่ยงแต่โกหกหมอหนึ่งคนเดินเข้าไปปุ๊บและการเป็นโควิดนั่นหมายถึงว่าหมอและพยาบาลทุกคนที่เจอคนไข้คนนั้นต้องถูกกักตัว 14 วันเลยทำให้หมอที่เหลือและพยาบาลที่เหลือทำงานหนักหลายเท่า แสดงว่าถ้าไม่มีโควิดคุณพี่พยาบาลท่านนี้ก็ยังดูแลลูกได้อยู่ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องเสียชีวิตไปเพราะทำงาน3กะติดกัน ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น บุ๋มเชื่อว่าโรงพยาบาลเองก็คงเสียใจที่สูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ไป คือทุกคนเสียใจกันหมดเพียงแต่ว่าบังเอิญเค้าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์    เขาก็อาจจะไม่ได้รับเงินเยียวยาตรงนี้ เราเองก็เห็นว่าคุณพ่อเขามีเงินเดือนแค่ 12,000 ที่ต้องดูแลทั้งตัวเองและคุณยาย ส่วนของโรงเรียนน้องก็ย้ายจากโรงเรียนที่คุณแม่เคยส่งเรียนให้กลับไปอยู่ที่อีกอำเภอหนึ่งที่อาจจะไม่ได้ใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่อนาคตของน้องจะไปยังไงคุณแม่ก็ไม่อยู่แล้ว บุ๋มก็เลยคุยกับคุณพ่อเขาตรงๆว่าเอาอย่างนี้ไหม คือเราเองก็ติดตามเศสนี้มา เราก็เลยบอกว่าขอรับเป็นลูกบุญธรรม   เหมือนกับน้องน้องอีกหลายคนที่ผมดูแลคือก็จะดูแลในเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าเทอมอะไรแบบนี้และที่สำคัญคือจะส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรี พอได้ยินเสียงบุ๋มพูดคุณพ่อเขาก็ร้องไห้แล้วก็พูดคำว่าขอบคุณครับ ขอบคุณขอบคุณครับ และก็ส่งรูปลูกมาให้ให้เราได้ชื่นใจอะไรแบบนี้ค่ะ อย่างน้อยเด็กคนนี้มีอนาคตต่อแล้วก็เป็นลูกสาวคนใหม่ของบุ๋มนะ  ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวก็จะมีพี่พี่หลายคนบอกว่าเดี๋ยวจะส่งชุดสวยๆมาให้เพราะน้องเขาเพิ่งสี่ขวบก็จะกลายเป็นลูกสาวในวงการอีกคนหนึ่งที่เราจะช่วยกันเลี้ยง

คนเอ็นดูกันเยอะเลย?

ใช่ คนเอ็นดูน้องค่อนข้างเยอะเพราะเขาเป็นเด็กที่น่ารักด้วยค่ะ และเป็นเด็กที่สดใสแต่ถ้าจะไปเจอขออีกสักพักนึงค่ะ เพราะตัวบุ๋มก็กลัวดรามาเรื่องโควิด คือใจอยากจะไปหาอยู่แล้วแหละแต่เพียงเราเองเป็นคนที่ลงพื้นที่ทุกๆวัน เราคือคนที่เสี่ยงและน้องเขายังเด็กอยู่ค่ะ ยังไงถ้าหมดโควิดเดี๋ยวไปหาค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง

ถามถึงเรื่องคดีข่มขืนที่พูดไปก่อนหน้านี้?

ฉันโมโหไง เป็นใคร ใครไม่โมโหบ้างล่ะ เรื่องข่มขืนใช่ไหมและอีกอย่างหนึ่งเราส่งลูกไปโรงเรียน เราไว้ใจว่าโรงเรียนจะดูแลลูกเราเป็นอย่างดี แต่กลับกลายเป็นว่าครูทำเอง ถึงแม้ว่าครูจะบอกว่าเด็กสมยอมก็ตาม แต่คุณเป็นคนที่มีวุฒิภาวะคุณก็ต้องรู้ตัวและยับยั้งช่างใจตัวเอง คุณไม่ควรที่จะไปทำลูกเขา ต่อให้เด็กเขาอาจจะรู้สึกเคลิ้ม รู้สึกชื่นชมในความเก่ง ในการพบเจอพูดคุยบ่อย คุณก็ไม่ควรไปทำหรือล่วงละเมิดหรืออนาจารในส่วนของการข่มขืนอะไรทั้งสิ้น ดังนั้นคุณยิ่งเป็นครู คุณยิ่งต้องคิดให้เป็น แล้วที่โมโหเนี่ยตรรกะของเพื่อนเขาที่ออกมาเขียนสนับสนุนคือคนเราเพื่อนเรามีความผิดได้ คุณก็ควรไปให้กำลังใจส่วนตัว ไม่ใช่มานั่งให้กำลังใจออกสื่อแบบนี้ ตรรกะป่วยมาก มาหาเหตุผลอะไรหรอมาบอกว่าถ้าไม่อยากให้ลูกโดนข่มขืนก็ไม่ต้องส่งลูกไปโรงเรียน จะบ้าหรือเปล่า มันไม่ใช่เหตุผล คนแบบนี้ต้องตรวจสุขภาพจิตค่ะ เราก็เลยไม่ยอมในจุดนี้และในวันนี้บุ๋มอยู่ในคณะกรรมาธิการเปลี่ยนแปลงกฎหมายข่มขืนอยู่แล้วในคณะกรรมาธิการแต่ละคนกระตือรือร้นเรื่องนี้มาก เพราะเราเองก็สู้เรื่องพวกนี้มานาน ดังนั้นนั่นหมายความว่าจากสมัยก่อนที่ทุกคนจำได้ที่มีคนเขียนข้อความมาว่าพี่บุ๋มคะ ถ้าจะเปลี่ยนแปลง ล่ารายชื่ออะไรให้บอก ตอนนี้ไม่ต้องล่าแล้วค่ะ บุ๋มอยู่ในคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว มันผ่านจุดนั้นเรียบร้อยแล้ว เราเข้าไปอยู่ในตรงนั้นได้แล้ว ดังนั้นสามารถเสนอชื่อหรือยื่นเรื่องฟ้องร้องอะไรทุกอย่าง ขอความช่วยเหลือในการตรวจสอบได้เลย ก็มีการตรวจสอบจริงๆคุณครูคนนั้นก็ต้องเขียนรายงานจริงๆ จริงๆแล้วใจบุ๋มนะไม่เกี่ยวกับการอยู่ในคณะกรรมาธิการใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นความรู้สึกจากใจส่วนตัว  แกทำให้เพื่อนฉันโดนย้าย       เด็กไม่สามารถเรียนที่นั่นต่อได้ มันไม่ใช่เคสเดียวที่เกิดขึ้น และบุ๋มต้องย้ายเด็กเรียน  อยากให้บอกระบุไหมหละว่าเด็กโรงเรียนไหนบ้าง ย้ายไปจังหวัดไหนบ้าง ไม่สามารถอยู่ที่เดิมได้เลย เพราะครู เพื่อนครูเข้าข้างกันเอง ไม่สนว่าอะไรคือผิดคือถูก เคสก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้เป็นข่าว เพราะบุ๋มเองไม่ได้อยากให้เคสข่มขืนทุกเคสเป็นข่าวนะ  เพราะมันไม่เป็นผลดีกับผู้เสียหายเลย เขาต้องมีอนาคตใหม่ได้ เขาโดนทำร้าย เขาต้องมีอนาคตที่ดี ไม่ใช่โดนซ้ำเติม แต่กลับกลายเป็นว่าพอไปถึงโรงเรียนครูซ้ำเติมอีก มันคืออะไร ดังนั้นเป็นสิ่งที่บุ๋มอยากจะเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ก็เข้าไปคุย แต่บังเอิญมันติดโควิดซะก่อน มีระบบการตรวจสอบยังไง เขาก็บอกว่าใช้ผู้ใหญ่ในพื้นที่ในการตรวจสอบ ต้องมี 5 คนขึ้นไป  มันมีจริง แต่ไอ้พวกนั้นมันเตะบอลด้วยกัน จะซีไหน กระทรวงไหน ยิ่งต่างจังหวัดแคบๆมันยิ่งอยู่กันแค่นั้น มันต้องเปลี่ยนแปลงกันได้แล้ว

ไม่กลัวครูเกลียดเราหรอ?

ถ้าครูจะเกลียด ครูดีจริงไม่เกลียดพี่หรอก แต่ถ้าคิดชั่วทำชั่ว เกลียดพี่ ช่างเถอะ พี่ไม่แคร์คนพวกนั้นหรอก เราต้องยืนปกป้อง และพี่มีจุดยืนในการปกป้องผู้หญิงด้วยกันมานานแล้ว และ ณ ปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้หญิง เด็กผู้ชายก็โดนค่ะ ดังนั้นเราก็ต้องเดินหน้าต่อค่ะ

เราเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เรามีสิทธิ์ที่จะทำให้บทลงโทษคดีข่มขืนมันเดิมขึ้นยังไงบ้าง?

ตัวบทลงโทษกำลังลงรายละเอียดกันว่ามันเป็นอย่างไร เพราะในตัวกฎหมายข่มขืนล่าสุดนะที่ออกมาคือต้องมีการสอดใส่ ใช้อวัยวะเพศ หรืออย่างใดอย่างหนึ่งสอดใส่ แต่ผลปรากฏว่ามีครู ขอโทษนะคะไม่ได้เหยียดหยามเพศ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เป็นครูที่เป็นสาวประเภทสอง บังคับให้เด็กผู้ชายเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไป มันคืออนาจารแค่นั้นหรอ ทั้งที่มันมีการเข้าไปแล้ว มันคือการข่มขืน กระทำชำเลาแล้ว มันไม่ใช่แค่อนาจาร จับลูบคลำ มันเลยต้องมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น หมดโควิดก็ต้องไปไฟท์กันต่อค่ะ แต่ตอนนี้ยังมีกรุ๊ปไลน์ที่ส่งเรื่องกันอยู่ และมีพี่ๆหลายคนในการรวมพลังกันในการยื่นเรื่องที่กระทรวงศึกษาบ้าง แต่ถ้ารวมพลังได้มากกว่านี้เราลุยต่อแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ