B-Quik เปิดตัว “EV Pro+” พร้อมยกระดับ Digital Lifestyle ดูแลรถ EV แบบมืออาชีพ ควบคู่ประสบการณ์ที่เชื่อมทุกจังหวะชีวิต

0
1

B-Quik เปิดตัว “EV Pro+” พร้อมยกระดับ Digital Lifestyle ดูแลรถ EV แบบมืออาชีพ ควบคู่ประสบการณ์ที่เชื่อมทุกจังหวะชีวิต

 

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2569 — บริษัท บี-ควิก จำกัด เดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจสู่การเป็น “Mobility Lifestyle Brand” เปิดตัว “B-Quik EV Pro+” บริการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมให้บริการในทุกสาขาทั่วประเทศ ควบคู่การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าสู่โลก Digital Lifestyle ด้วยการเชื่อมบริการ เทคโนโลยี ระบบสมาชิก และประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน

ทิศทางดังกล่าวถูกประกาศภายในงานแถลงข่าว ณ เซ็นทรัล พาร์ค แบงคอก โดยมีคณะผู้บริหาร บริษัท บี-ควิก จำกัด (B-Quik) นำโดย มร.เฮงก์ โจฮัน คิกส์ (Henk J. Kiks) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ คุณบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้า พันธมิตรธุรกิจ สื่อมวลชน รวมถึงพรีเซนเตอร์ของ B-Quik ได้แก่ มิกค์ ทองระย้า, บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และพีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เข้าร่วมงาน

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญที่ B-Quik สั่งสมมา เพื่อรองรับรถยนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมขยายบทบาทจากศูนย์บริการรถยนต์ไปสู่แบรนด์ที่ต้องการดูแลทั้ง “รถ” และ “การเดินทางของผู้คน” B-Quik EV Pro+ ดูแลรถ EV ครบมิติ ให้ผู้ใช้ไปต่อได้ทุกเส้นทาง

B-Quik EV Pro+

หนึ่งในบริการหลักที่ B-Quik เปิดตัว คือ B-Quik EV Pro+ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับลักษณะเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบตเตอรี่ ระบบควบคุมอุณหภูมิ น้ำหนักตัวรถ และแรงบิดที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาป บริการดังกล่าวผสานทีมช่างที่ผ่านการอบรม เครื่องมือเฉพาะทาง และมาตรฐานการให้บริการระดับมืออาชีพ พร้อมให้บริการครอบคลุมทุกสาขาของ B-Quik ทั่วประเทศ

ตรวจเช็กสุขภาพรถยนต์ EV ช่วยให้วางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม

B-Quik EV Pro+ ให้บริการตรวจเช็กระบบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้เครื่องสแกนระบบ EV จาก LAUNCH PEเพื่ออ่านและประเมินข้อมูลในจุดต่าง ๆ เช่น สถานะแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ปลั๊กและช่องชาร์จ อุณหภูมิแบตเตอรี่แรงดันสูง กล่องหรือเคสแบตเตอรี่ สายไฟแรงดันสูง รวมถึงค่าความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ หรือ State of Health (SOH)ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้รถเห็นสถานะเบื้องต้นของรถ และสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม

ดูแลระบบปรับอากาศ ของเหลว เบรก เกียร์ และช่วงล่าง

การดูแลรถ EV ของ B-Quik ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจเช็กระบบไฟฟ้า แต่ยังครอบคลุมงานบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การล้างแผงคอนเดนเซอร์ ล้างตู้แอร์ และฟลัชชิ่งระบบปรับอากาศ เพื่อเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ น้ำยาแอร์ และดรายเออร์ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ตรวจเช็กและบำรุงรักษาระบบเบรก เปลี่ยนผ้าเบรก น้ำมันเบรก เจียรจานเบรก ตลอดจนเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และดูแลระบบช่วงล่าง เพื่อให้การดูแลรถครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยและสมรรถนะการขับขี่

ยางสำหรับรถยนต์ EV จากแบรนด์ชั้นนำ

ด้วยน้ำหนักตัวรถและแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้า ยางและระบบช่วงล่างจึงเป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ B-Quik EV Pro+ จึงมียางสำหรับรถ EV จากแบรนด์ชั้นนำให้เลือก พร้อมบริการเปลี่ยนยาง สลับยาง ปะยาง เติมลมไนโตรเจน ตั้งศูนย์ และถ่วงล้อ นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจเช็กระบบเซนเซอร์แรงดันลมยาง รองรับทั้งระบบIndirect TPMSและการเปลี่ยน TPMS Sensor เมื่อจำเป็น

ทีมช่างและเครื่องมือ คือ หัวใจของมาตรฐานบริการ

เบื้องหลังมาตรฐานการให้บริการ B-Quik ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า บี-ควิกมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคโนโลยี โดยส่งอาจารย์เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อนำความรู้กลับไปถ่ายทอดให้ผู้เรียนและพัฒนาบุคลากร รองรับการทำงานกับบี-ควิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรเข้าใจลักษณะเฉพาะของรถ EV และทำงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาและวิทยาลัยเทคโนโลยีด้านยานยนต์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ รองรับการฝึกงาน และต่อยอดสู่การทำงานกับ B-Quik อย่างต่อเนื่อง

“EV Crossroads 2026” เปิดเวทีความรู้ ให้ผู้ใช้รถ EV ตัดสินใจอย่างมั่นใจ

ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “EV Crossroads 2026: อัปเดตเทรนด์และเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยควรรู้” ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในแวดวง EV มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง นำโดย อาจารย์มนัส พลัดเจริญกรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ออลอีวี เซอร์วิส จำกัด (All EV Service) ผู้ให้บริการและดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้าน EV, คุณเวล–กฤษดา ธีรศุภลักษณ์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้า เจ้าของเพจและช่อง Welldone Guarantee (เวลดัน การันตี) และ คุณปังและคุณอาย จากช่อง EV Girls ซึ่งนำเสนอประสบการณ์การใช้และรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าในมุมผู้บริโภคเนื้อหาการเสวนาครอบคลุมตั้งแต่ทิศทางตลาด เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลง ข้อควรรู้ก่อนเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงแนวทางดูแลและบำรุงรักษารถ EV ให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทย

B-Quik New Service & Digital Lifestyle เชื่อมทุกจังหวะการเดินทาง

นอกจากการขยายบริการสำหรับรถ EV แล้ว B-Quik ยังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าภายใต้แนวคิด B-Quik New Service & Digital Lifestyle โดยเชื่อมการบริการนอกสถานที่ ช่องทางดิจิทัล ระบบสมาชิก และพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ต่อเนื่องมากกว่าช่วงเวลาที่นำรถเข้าศูนย์บริการ

Digital Mobility Ecosystem ตั้งแต่ค้นหาข้อมูลถึงการดูแลเชิงป้องกัน

B-Quik เดินหน้าพัฒนาช่องทางบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า ตั้งแต่ B-Quik Mobile Serviceบริการเปลี่ยนยางถึงที่ ไปจนถึงการเลือกซื้อยางรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ B-Quik.comได้พัฒนาระบบและรูปแบบ E-Commerce สำหรับค้นหาข้อมูลและเลือกซื้อสินค้า ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบB-Member ซึ่งรวมการสะสมคะแนน ส่วนลด และสิทธิพิเศษไว้ในระบบเดียว สู่แนวคิด One-Stop Online Experience

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ B-Member พัฒนาขึ้น คือ “B-Car” สำหรับจัดเก็บประวัติการดูแลรถยนต์ ช่วยให้สมาชิกตรวจสอบข้อมูล วางแผนบำรุงรักษา และรับการแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดเข้ารับบริการ แนวคิดนี้เป็นการขยับจากการดูแลรถเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การดูแลเชิงป้องกัน โดยใช้ข้อมูลเข้ามาช่วยประกอบการตัดสินใจ

B-Member ขยายจากสิทธิประโยชน์เรื่องรถ สู่ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

B-Member กำลังขยายบทบาทจากระบบสมาชิกที่เน้นการสะสมคะแนนเพื่อรับส่วนลดด้านการดูแลรถยนต์ ไปสู่แพลตฟอร์มสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับความสนใจของลูกค้าในหลากหลายหมวด ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม การเดินทาง ท่องเที่ยวและพักผ่อน สุขภาพและการออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง และความบันเทิง ผ่านกิจกรรมและความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ โดยสมาชิกสามารถใช้คะแนน B-Member เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ

B-Café และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ สร้างประสบการณ์ให้เกิดขึ้นจริง

ภาพของแนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน “B-Café” ร้านเครื่องดื่มและของว่างที่ B-Quik เปิดให้บริการแล้ว 7 สาขา ภายในศูนย์บริการรถยนต์ B-Quik เพื่อเพิ่มความสะดวกและยกระดับประสบการณ์ระหว่างรอรับบริการ ให้ศูนย์บริการเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์จังหวะชีวิตของลูกค้ามากกว่าการนำรถเข้าตรวจเช็กเพียงอย่างเดียว

อีกหนึ่งกิจกรรมคือการสนับสนุน “B-Quik Khao Yai Marathon” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เชื่อมแบรนด์เข้ากับกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย โดย B-Quik ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางตั้งแต่การเตรียมรถ การเดินทางสู่เขาใหญ่ ไปจนถึงประสบการณ์ในวันแข่งขัน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกปี

ขณะที่ B-Quik Bangsaen Grand Prix 2026 ที่ชายหาดบางแสน ก็ขยับจากประสบการณ์การชมรถแข่งในรูปแบบเดิม ด้วยการจัดกิจกรรมเต้นแอโรบิคริมชายหาด และงานวิ่งในสนามแข่งรถ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ตและลูกค้า

“คาร์-บี” มาสคอตใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ 3 คาแรกเตอร์ เชื่อมแบรนด์กับผู้บริโภค

อีกหนึ่งสีสันภายในงานคือการเปิดตัว “คาร์-บี (Car-B)” มาสคอตคาปิบาราคาแรกเตอร์ใหม่ของ B-Quik ที่ออกแบบให้มีความเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารเรื่องรถ ระบบสมาชิก สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และครอบครัว

ขณะเดียวกัน มิกค์ ทองระย้า, บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ และ พีพี–กฤษฏ์ ก็เข้ามาสะท้อนภาพผู้ใช้รถที่มีช่วงวัย บุคลิก และรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน ช่วยขยายภาพของ B-Quik จากแบรนด์ที่สื่อสารเรื่องสินค้าและบริการ ไปสู่ความสัมพันธ์และประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า

นอกจากนี้ B-Quik เตรียมจัดงาน “B-Quik Super Fan Day” ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 โดยรายละเอียดจะประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

เติบโตจากความไว้วางใจ พร้อมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นอกจากการพัฒนาธุรกิจ B-Quik ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปัจจุบันได้จัดตั้ง มูลนิธิ บี-ควิก เพื่อสังคม เพื่อสร้างประโยชน์ แบ่งปัน และช่วยเหลือหน่วยงานที่ขาดแคลน รวมถึงให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ

กิจกรรมครอบคลุมตั้งแต่การบริจาคโลหิต การช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ การสนับสนุนการก่อสร้างและพัฒนาโรงเรียนและศาสนสถาน การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้หน่วยงานที่ขาดแคลน ตลอดจนการช่วยเหลือและให้โอกาสแก่บุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

ด้านการศึกษา B-Quik ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมงานในสายยานยนต์ โดยมีเครือข่ายความร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีพและวิทยาลัยเทคโนโลยีทั่วประเทศ เพื่อรองรับบุคลากรรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานและการทำงานในองค์กร

ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ B-Quik ที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยไม่หยุดพัฒนาทั้งบริการ เทคโนโลยี บุคลากร และประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้แบรนด์สามารถดูแลทั้ง “คน รถ และสิ่งแวดล้อม” ได้มากขึ้น

จากศูนย์บริการรถยนต์ สู่แบรนด์ที่ต้องการเชื่อมโยงกับทุกไลฟ์สไตล์ในทุกจังหวะของการเดินทาง ไม่ว่าสถานการณ์หรือเทคโนโลยีการขับเคลื่อนจะเปลี่ยนไปอย่างไร

บี-ควิก…พร้อมให้คุณไปต่อ