“รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนนโยบายนายกฯ เปิดงานสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด ผนึกทุกภาคส่วนเดินหน้าสู่ Net Zero

0
108

“รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนนโยบายนายกฯ เปิดงานสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด ผนึกทุกภาคส่วนเดินหน้าสู่ Net Zero

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Global Call for Climate Action : Inspired by Nature. For Climate. For Our Future.”หรือ “ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด” ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยได้กำหนดนโยบายสำคัญทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ การพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจน การผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050

โดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าครม. แล้ว  ขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากฎหมายรายมาตรา

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) ขณะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบ อย่างชัดเจน ทั้งจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และอุทกภัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งประเทศและประชาคมโลก การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน และร่วมสร้างประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับวิกฤตโลกเดือด เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป” นายสุชาติ กล่าว

ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการลงทุนสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงภาคประชาชนที่สามารถร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก Ms. Dechen Tsering ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมจัดเวทีเสวนาและนิทรรศการนวัตกรรมสีเขียว เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ

การจัดงานครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม