กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดึงกูรูการตลาดปั้นแฟรนไชส์ไทย โก อินเตอร์ ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ พร้อมปักธงตลาด ‘มาเลเซีย’ กลางปีนี้ คาดสร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ จัดกิจกรรม อบรมหัวข้อ THAI FRANCHISE TOWARDS GLOBAL ติดอาวุธ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจ ปักหมุดที่ประเทศมาเลเซีย พร้อมคัดเลือก 10 แบรนด์ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมงาน Franchise Expo Malaysia 2026 (FEM 2026) ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 หนึ่งในมหกรรมนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของเอเชีย คาดจะสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ในวันนี้ (21 เมษายน 2569) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดกิจกรรมพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทยก้าวสู่สากล (THAI FRANCHISE TOWARDS GLOBAL) ภายใต้แนวคิดเปิดมุมมอง ขยายโอกาสธุรกิจแฟรนไชส์ไทย สู่ระดับสากล ณ ห้องเรเดียน ชั้น 4 โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยโกอินเตอร์สู่ตลาดมาเลเซีย รวมถึงเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า Franchise Expo Malaysia 2026: FEM 2026ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 นี้”

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กิจกรรมครั้งนี้ได้รวบรวมกูรูด้านการตลาดแฟรนไชส์ระดับแนวหน้า รวมถึงนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในตลาดมาเลเซีย มาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์เชิงลึก ทั้งการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาด การวางแผนขยายธุรกิจ และแจก Checklist ที่แฟรนไชส์ไทยต้องเตรียมก่อนโกอินเตอร์ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ขยายแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จตามรอยรุ่นพี่ 3 เจ้าใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดมาเลเซีย ได้แก่ Amazon แฟรนไชส์กาแฟและเครื่องดื่มของคนไทย, TORO Fries แฟรนไชส์เฟรนช์ฟรายส์ที่มีเอกลักษณ์ยาว 1 ฟุตสัญชาติไทย และ Colla Tea แฟรนไชส์ชานมไข่มุกผสมคอลลาเจน และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟคอลลาเจน ซึ่งถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่สามารถจำหน่ายมาสเตอร์แฟรนไชส์ในตลาดมาเลเซียได้ในปีที่ผ่านมา”

“กรมฯ ได้เล็งเห็นความพร้อมของธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่ปัจจุบันถือว่ามีศักยภาพในการบริหารจัดการธุรกิจบนมาตรฐานตามหลักสากล และมีโอกาสขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยกรมฯ จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพวันนี้จำนวน 20 ราย เพื่อเข้าร่วมการพัฒนาเชิงลึกในกิจกรรม Bootcamp ติวเข้มก่อนออกสู่ตลาดโลกถึง 7 วันเต็มในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายนนี้ จากนั้นจะคัดเลือกผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เพียง 10 รายลงสนามจริงเพื่อเข้าร่วมออกบูธเปิดตลาดในงาน Franchise Expo Malaysia 2026 หรือ FEM 2026 ระหว่างวันที่ 23 – 25 กรกฎาคม 2569 ณ ส่วนจัดแสดง Thai Pavilion KL Convention Center กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งงานดังกล่าวถือเป็นงานนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของเอเชีย มีธุรกิจแฟรนไชส์ร่วมออกบูธกว่า 200 ธุรกิจจาก 10 ประเทศ และมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 18,000 ราย สร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 4 พันล้านบาท นอกจากนี้ มาเลเซีย ยังถือเป็นตลาดการค้าสำคัญและเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในอาเซียน ทำให้แบรนด์ไทยเป็นที่นิยมและเป็นโอกาส อันดีในการขยายโอกาสทางการค้าของแฟรนไชส์ไทย”

“กิจกรรม THAI FRANCHISE TOWARDS GLOBAL จัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นศักยภาพแฟรนไชส์ไทยบนเวทีโลก โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมฯ ได้นำธุรกิจแฟรนไชส์ 10 รายเข้าร่วมงาน FEM 2025 และสามารถผลักดันให้เกิดคู่เจรจาทางธุรกิจกับผู้ประกอบการถึง 98 คู่ เกิดมูลค่าการค้าถึง 130 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาท ของแฟรนไชส์ไทยในฐานะ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับในปี 2569 นี้ กรมฯ คาดหวังว่าการพาแฟรนไชส์ไทย เข้าร่วม FEM 2026 จะเป็นเวทีเปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพของไทยสู่สายตาชาวโลก และสามารถสร้างมูลค่าการค้าให้กับแฟรนไชส์ไทยได้ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท”

“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะมุ่งมั่นขยายโอกาสทางการค้าให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่สากล และสร้างโอกาสทางการค้าในตลาดโลก เพราะแฟรนไชส์ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ สามารถขยายธุรกิจได้จริง และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรากฐานธุรกิจที่ดีและมีคุณภาพ ให้กับประเทศ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ https://franchise.dbd.go.th รวมถึง Facebook ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และโทร 02 547 5953” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย








