เกรซ นรินทร ฟ้องคนกุข่าวหลังโดนโยงนางงามหน้าแป้นแม่ยืมเงินแล้วไม่คืน ลั่นกระทบครอบครัว

0
74

ออกมาเปิดใจว่าดำเนินการฟ้องร้องแน่นอน หลังมีคนกุข่าวโยงนางงามหน้าแป้น คุณแม่ยืมเงินหมุนตอนประกวดหลักแสน แต่สุดท้ายไม่ยอมคืนเงิน สำหรับ เกรซ นรินทร มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 ซึ่งเจ้าตัวออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และจะดำเนินการตามกฎหมายกับคนที่ปล่อยข่าว แชร์ และนำไปพูดในรายการออกสื่อ เพราะยอมไม่ได้ที่มาดุถูกครอบครัว ห่วงความรู้สึกคุณแม่


ถามถึงข่าวที่เกิดขึ้นที่โยงมาถึงเรานางงามหน้าแป้น?
“ค่ะ เห็นแล้วค่ะ คือที่จริงแล้วเกรซว่าตั้งแต่หนูได้รับมงก็ได้ยินข่าวอะไรมาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนแรกรู้สึกชินเพราะโอเคเรามาเป็นนางงาม จ้องมีกระแส มีข่าวอะไรอยู่แล้ว แต่พอตอนนี้คุยกับคุณแม่ ข่าวล่าสุด มัผลกระทบเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเอง เราเลยรู้สึกว่าไม่ได้แล้วนะ ก็คุยกับคุณแม่ว่าดำเนินคดีแน่นอน เพราะว่ามันไม่เป็นความจริง ดำเนินคดีและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาล ก็ให้ทนายเขาเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว”

ที่เขาอ้างว่าคุณแม่ไปหยิบยืมเงินมาเพื่อส่งเราเข้าประกวดมันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไหม?
“เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้เป็นหน้าที่ของศาลดีกว่าตอนนี้กำลังดพเนินคดีอยู่ คืออยากพูดแค่นี้ ถ้าพูดมากกว่าจะส่งผลกับรูปคดี ตอนนี้ก็ให้ทนายเจมส์เป็นคนดูแลทุกอย่าง”

เรารู้ตัวใช่ไหมว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ออกมา?
“ค่ะ รู้ค่ะ”

เรากับเขารู้จักกัน?
“รอดูแล้วกันค่ะ เพราะตอนนี้เล่าเรื่องรายทุกอย่างไปให้ทางทนายเจมส์หมดแล้ว คือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคดีไปดีกว่าค่ะ”

ส่วนตัวเราโกรธไหม?
“อย่างที่บอกเลย หนูรู้สึกว่ามากับมงเรื่องข่าวมันเป็นอะไรที่แบบ ถ้าหนูโกรธหนูคงจะโกรธว่าหน้าแป้นอะไรแบบนี้ ก็โอเคค่ะคือเราไม่สามารถที่จะให้คิดใครคิดอะไรยังไงได้ สุดท้ายแล้วทุกคนมีความคิดของตัวเองค่ะ มีอิสระเสรีภาพในการคิด การแสดงออกไป ส่วนตัวเราทำหน้าที่เราให้ดีที่สุดอย่างเมื่อกี้ที่พี่พูดเลยสีผมใช่ไหมคะ ก็แยากจะฝากทุกคนติดตามซิงเกิลด้วยนะคะ จะออกในต้นปีหน้า จะทำเพลงเปลี่ยนจากนางงามเป็นนักร้องเต็มตัวแล้ว อยากให้ทุกคนติดตามโฟกัสในอนาคตดีกว่าว่าจะพัฒนาอะไรต่อไปยังไงบ้าง ส่วนเรื่องราวของข่าวมันมีทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตัวเกรซเอง หรือตัวคนอื่นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาล หน้าที่ของทนายไป”

จอที่เราลงรูปกับทนายเจมส์ เขามีมาติดต่อขอเขาอะไรไหม?
“อันนี้ถ้ากับหนูโดยตรงยังไม่มีนะคะ”

ยังไม่มีการเจรจาคุยกันนอกรอบ?
“ค่ะ รอเพราะว่าให้ทนายเจมส์เป็นคนจัดการให้ทั้งหมดค่ะ ถ้าสมมตตัวเกรซหรือตัวคุณแม่เองไปจัดการมันจะส่งผลได้กับรูปคดี ก็รอดำเนินคดีไปค่ะ”

เรายื่นฟ้องไปแล้ว?
“ก็แค่นี้แล้วกัน(ยิ้ม)”

ตอนเราไปประกวดเราใช้เงินเยอะมากน่อยขนาดไหน?
“เกรซว่าทุกๆคนไม่ใช่แค่การประกวดนะ ตั้งแต่ตอนแรกเลยที่เริ่มเข้าประกวดต้องเริ่มใช้เงิน อยู่แล้วค่ะ อย่างตัวเกรซเองคุณแม่เป็นคนดูแล ไม่ได้ทีผู้จัดการหรืออะไร ดังนั้นเรื่องเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ เหมือนชีวิตประจำวันเลยค่ะต้องใช้เงินอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ ทางครอบครัวเราก็ซัพพอร์ต ทุกคนซัพพอร์ตเกรซเต็มที่ทุกคน ทางครอบครัว ทางญาติคุณพ่อคุณแม่ ทุกคนซัพพอร์ตเต็มที่ค่ะ ดังนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร”

คุณแม่ซีเรียสกับข่าวที่เกิดขึ้นขนาดไหน?
“ถามว่าซีเรียสไหม อย่างที่บอกเลยค่ะตอนแรกคิดว่าไม่ได้มีอะไร เพราะข่าวมันมีทุกวันอยู่ปล้ว แต่ว่ามันเริ่มกระทบถึงครอบครัวมากขึ้น เพราะเรารู้สึกว่าอาจจะมีการดูถูกครอบครัวนิดหนึ่ง ซึ่งเอาตรงๆครอบครัวก็ไม่ค่อยโอเค อย่างที่บอกว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการดำเนินคดีแล้ว”

ฟ้องในข้อหาอะไร?
“อันนี้ขอไม่พูดแล้วกันค่ะ เดี๋ยวรอดูต่อไปแล้วกันเนอะ”

คิดว่าเรื่องนี้จะจบยังไง?
“เรื่องนี้เอาตรงๆเรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นอะไร เราไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้ สิ่งที่โฟกัสอยู่คือเพลงค่ะ หนูทำเพลงหนักมาก และตั้งใจให้เพลงออกมาดีที่สุด ยังไงก็ฝากพี่ๆช่วยโปรโมตเรื่องเพลงด้วยนะคะ ออกมาต้นปีหน้าแน่นอน อยากให้ดูเพราะเปลี่ยนจากนางงามเป็นนักร้องเต็มตัวแล้ว ก็อยากจะโฟกัสเรื่องเพลง ทำแนวที่ไม่ใช่แนวของตัวเอง เพราะหลายคนอาจจะมองว่าเราเป็นสายหวาน คงออกเพลงหวานๆหรือเปล่า ไม่นะคะ จะออกเพลงสไตล์เท่ๆเป็นตัวเองมากขึ้น อยากให้ทุกคนโฟกัสและมองว่าต่อไปเกรซจะพัฒนาไปในรูปแบบไหนมากขึ้น ก็ทำเองค่ะ รอติดตาม”

ตอนเราไปประกวดเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินใช่ไหม?
“ไม่ค่ะ”

คุณแม่โกรธไหม เพราะเหมือนเป็นข่าวที่กระทบคุณแม่โดยตรง?
“โกรธไหม อย่างที่บอกเราถึงต้องดำเนินคดี เพราะมันกระทบกับครอบครัว ทุกคนมีอารมณ์โกรธ แฮปปี้ ทุกคนมีอารมณ์อยู่แล้ว พอมันมีข่าวออกมาตั้งแต่หน้าแป้นออกมาคุณแม่เขาก็ต้องรู้สึกนิดหนึ่งแหละ เพราะเป็นพ่อแม่เราเขาก็รู้ว่าเราเป็นยังไง เราศัลยกรรมอะไรไหม ทุกคนถ้าสมมติใครรู้ความจริงมันก็มีความรู้สึกอยู่แล้วแหละ แต่ถามว่ามันส่งผลกระทบอะไรขนาดนั้นก็ไม่ค่ะ ทำอะไรให้มันถูก ดำเนินคดีแค่นั้นจบ และมูฟออนต่อไป พัฒนาชีวิตตัวเองต่อไป ทำอย่างอื่น เพราะเราต้องใช้ชีวิตต่อไป เราคงไม่ได้หยุดแค่นี้แน่นอน”

กองประกวดว่ายังไงบ้าง?
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ เพราะเขาก็รู้ทุกอย่างค่ะ และคุยเรียบร้อยแล้ว คุยกับทนายเจมส์เรียบร้อยแล้ว รู้เหมือนพี่ๆแหละ เขาก็รู้และบอกว่าถ้าอยากให้ไปเป็นคนพูดหรืออะไรก็บอก คุยและเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วค่ะทุกอย่าง ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แค่คุยว่าอ๋อมันไม่ใช่นะ แบบนี้ๆ”

สามารถไกล่เกลี่ยคู่กรณีได้ไหม?
“ก็อย่างที่บอกว่าดำเนินคดีไปแล้ว ก็รอดูละกันว่าจะเป็นยังไงต่อไป”

แสดงว่าก่อนหน้านั้นเรามีการพูดคุยกันแล้ว?
“ไม่ค่ะ ถ้าโดยส่วนตัวของหนูไม่ได้มีการพูดคุยกับเขา”

เราดำเนินคดีเลย?
“ค่ะ ใช่ค่ะ มันทำให้ชื่อเสียงเราเสียหาย แต่ที่สำคัญทุกข่าวมันเหมือนต้องการให้ชื่อเสียงเราเสียหายอยู่แล้วแหละ แต่มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนี้ไง แต่อันนี้มันกระทบกับครอบครัวหนูค่ะ เลยโอเคถ้าสมมติว่าสิ่งเดียวที่เราจะทำได้เพื่อทำให้ทุกคนดูก็คือการดำเนินคดี เพราะว่ามันมีหลักฐานและตรวจแล้วว่าอันไหนคือความจริง อันไหนคือความไม่จริง ก็ทำให้รู้เลยว่ามันไม่ใช่นะ มันแบบนี้นะ ก็รอดูค่ะ ตอนนี้ดำเนินคดีอยู่”

มีเครียดไหม?
“ไม่นะ ถ้าหนูเครียด น่าจะเป็นตอนหลังได้มงค่ะ อันนี้เครียดมาก โดนบูลลี่ อันนั้นเครียดจริงๆ ตอนโดนบูลลี่ก็คือหน้าแป้น เราก็แบบความจริงหน้าหนูแป้นจริงๆ อันนั้นก็เครียด แต่อันนี้มันไม่มีความจริง เลยไม่ต้องเครียด หนูเลยทำในสิ่งที่ถูกต้อง แค่คุยกับคุณแม่และโอจบ ดำเนินการ ตอนนี้ทำแต่งานเพลง หนูเครียดงานเพลงอยู่ค่ะตอนนี้”

เป็นความต้องการของเราหรือทางครอบครัว?
“คือมันเป็นความต้องการของตัวเอง เพราะกระทบต่อครอบครัว”

เราได้อ่านรายละเอียดที่เขาพาดพิงเราไหม?
“เห็นค่ะ หนูเห็นทุกอัน เห็นหมดทุกข่าว เห็นหมดทุกคนที่เอาลงแชร์ พูดในออนไลน์นะคะ ซึ่งเห็นหมดแล้ว และดำเนินคดีหมดแล้ว”

ยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดมันไม่เป็นความจริง?
“ก็คุยกันในศาลละกันค่ะถ้างั้น”

เราจะดำเนินคดีกับคนคนที่แชร์และคอมเมนต์ไหม?
“ก็ที่จริงแล้วทนายเจมส์ก็คุยกับหนูว่าอยากจะเอาผิดที่คอมเมนต์ แต่ว่าโดนส่วนตัวหนูกับคุณแม่รู้สึกว่าคอมเมนต์มันก็คือคอมเมนต์ค่ะ ถ้าเรามานั่งดำเนินคดีก็คงทำตั้งนานแล้ว เกรซเลยรู้สึกว่าถ้าอต่ละคอมเมนต์ ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรงมากเราก็คงไม่ทำ ก็ไม่เป็นไร เราก็ไม่ได้อยากมามีปัญหา คือคนที่เอาไปแชร์ เอาไปพูด ก็ดำเนินคดีแน่นอนค่ะ”

เอาไปพูดยังไง ในทางไหนที่เราจะดำเนินคดี?
“หนูไม่ได้ติดต่อกับคนนั้นโดยตรงค่ะ เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของทนายให้คุยกับทางทนายโดยตรงค่ะ ก็คือคนที่แชร์ ต้นตอคนที่โพสต์ คงที่ลง คนที่พูดในทีวีออนไลน์อะไรสักอย่าง ก็หลายคนค่ะ ก็รอดูค่ะ เพราะเพิ่งยื่นเรื่องไป เห็นที่หนูลงรูปกับทนายเจมส์ไหมคะในอินสตาแกรม ก็ตั้งแต่วันนั้นแหละค่ะ ที่จริงก็ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องอะไรแบบนี้นะ เราแค่รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง มันกระทบปุ๊บ ก็เลยปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายไปแล้วกัน ให้มานั่งพูดอะไรตลอดเวลาเรื่องราวมันไม่จบหรอกค่ะ ดำเนินการไป ก็บอกไปว่าดำเนินการไปนะคะ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ที่เช็คดูว่าประมาณกี่ราย ก็รอดูแล้วกันค่ะ ไม่ได้เยอะและไม่ได้น้อยค่ะ