ป้อง ณวัฒน์ หวนลงละครในรอบครึ่งปี โวงานจีนยังต่อเนื่อง ลั่นโสด ปล่อยธรรมชาติ

0
92

 

ห่างหายจากงานละครไปกว่าครึ่งปีได้ฤกษ์กลับมาให้แฟนๆได้เห็นกันในละครเดจาวู รักย้อนเวลา หนุ่มป้องก็ออกปากว่าต้องเคาะสนิมหลังจากห่างหายไปนาน พร้อมอีพเดทงานที่ประเทศจีนที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องความรักขอปล่อยไปตามเวลา ไม่อยากเร่งรีบ

หวนกลับมารับงานละคร?
“ครับ ก็จริงๆหยุดถ่ายละครไปนานเหมือนกันนะประมาณครึ่งปีได้หลังจากเมีย 2018 แล้วก็ไปจีนบ้าง ก็เปิดกล้องมาแรกๆก็ต้องมีเคาะสนิทกัน พอเราหยุดไปนานก็แอบฝืดเล็กน้อยครับ แต่ก็สนุกดี ได้กลับมาสัมผัสบรรยากาศกองถ่ายอีกครั้ง ได่เจอพี่ เจอน้อง เจอเพื่อน ที่คุ้นเคยทก็ดีครับได้กลับมา”

ในชีวิจเคยทิ้งการถ่ายละครนานขนาดนี้ไหม?
“อาจจะนานสุดเลยนะ จริงๆมันมีโปรเจ็กที่จะทำก่อนหน้านี้ร้วมกับทางจีน และวโดนทางจีนเท บาทีจีนเขาชอบเปลี่ยนกระทันหัน พอยกเลิกอันนั้นไป เลยเสียเวลา”

เราพักเต็มอิ่มพร้อมทำงานแล้ว?
“ถ้าใครได้ดูไอจีก็จะเห็นว่าเที่ยวด้วยแหละ เดินทางๆ ล่าสุดไปจีนมา โชคดีที่ผมได้เดินทางด้วยกึ่งทำงานด้วย ก็ถือโอกาสไปในตัว หยุดจนเคยตัว กลับมาก็ต้องปรับโหมดกันนิดหนึ่ง”

ไปจีนครั้งนี้ไปงานอะไร?
“ไปงานพรีเซ็นเตอร์ที่ผมรับเฉพาะที่จีน ไม่ใช่ในไทย ปกติพรีเซ็นเตอร์ก็ต้องออกอีเวนท์ เหมือนเมืองไทยนี่แหละ แต่อันนี้ไปออกที่เมืองจีนที่กวางโจว”

แฟนๆไปรอรับกันหนาแน่น?
“ก็ดีครับ เพราะนานๆทีเจอมั้ง แล้วเราก็ไปนานแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเมืองจีนก็เป็น10ปี แฟนๆก็ยังหน้าเดิมๆ ก็รู้สึกว่าเขาก็ยังมากัน แล้วเมืองจีนมันใหญ่ไม่เหมือนบ้านเรา บางทีเขามาจากเมืองไกลๆ คือเขายากที่จะมา เราเลยรู้สึกว่าขอบคุณที่เขาอุตส่าห์มาเจอกัน”

ดีใจไหมเพราะเขายังอยู่กับเรา ดาราไทยก็ไปโด่งดังหลายคนแต่เขาก็ยังไม่ลืมเรา?
“ก็ผมดีใจปนเกรงใจมากกว่า เพราะมาตั้งไกล เหนื่อย แล้วมาเจอเราแป๊บเดียวสนามบินทแล้วไปแล้ว ก็แบบได้หรอ พอหรอ ที่นั่นตำรวจอะไรเขาก็โหดเหลือเกิน เราก็เกรงใจเขามากกว่า ก็โชคดีที่เราเหทือนเข้าไปเป็นคนแรกๆ เหมือนคนไทยรู้จักหลิวเต๋อหัว ไม่ได้ใช่ผมดังกว่านะ หมายถึงว่า พี่หลิวเขามาเมืองไทยตั้งแต่แรก ต่อให้เขาไม่มีหนังออกมีละครออก แต่คนไทยก็ยังจำได้ ก็เหมือนเราไปเป็นคนแรกๆ บางทีงานละครเราอาจจะมีออนบ้างไม่ได้ออนบ้าง แต่คนก็ยังจำได้ว่าป้อง นี่แหละที่เป็นนักแสดงไทย ก็ดีที่เขายังจำกันได้ครับ”

ผลงานที่จีนตอนนี้จะมีอะไรไหม?
“ส่วนมากจะเป็นโปรเจ็กร่วมมากกว่า เพราะหลังจากเรื่องภาษีของฟ่านปิงปิงไป ก็จะมีข้อจำกัดเรื่องนักแสดงต่างประเทศ เรื่องภาษี เรื่องอะไรมากขึ้น บางทีถ้าเราจะไปจีนเต็มๆอย่างบี้ ก็อีกแนวหนึ่ง เราก็ต้องเป็นโปรเจ็กกันไป เพราะมันยากขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน”

แสดงว่าก็มีผลกระทบกับนักแสดงไทยหลายคน?
“อย่างนีกแสดงจีนก็มีผลกระทบอยู่แล้วนะ เหมือนกับเขาคงเชือดให้ดู ใครที่ซิกแซ็กอะไรกันไว้ก็ต้องรีบเคลียร์ตัวเองครับ ก็ดูเป็นเรื่องใหญ่ของเขาเหมือนกัน”

การไปทำงานที่จีนก็เป็นเรื่องยาก?
“ผมก็ไม่รู้ของคนอื่นนะครับ อาจจะไปง่ายๆก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่ายากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ก็เดี๋ยวนี้แข่งกันเยอะ ก็ตามกระแส ตามจังหวะของเรา”

ตัวเลขหายไปเยอะไหม?
“(หัวเราะ) ไม่เยอะครับ ถึงไม่ได้ไปถ่ายละคร ก็มีอีเว้นท์ เพราะผมมีอีเว้นท์ที่จีนมากกว่าที่ไทยอีก แล้วผมก็ชอบด้วย เพราะผมไปเที่ยวบ้างมเดินทางบ้สง กึ่งทำงานกึ่งเที่ยว ก็สนุกดี ยังแน่นอยู่ไหม ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก ไปเรื่อยๆ”

ช่วงนี้มัวท่องเที่ยว แล้วหัวใจเป็นอย่างไรบ้าง?
“ไม่รู้ (หัวเราะ)”

ไม่แวะไปประเทศไหนบ้างหรอ?
“แวะก็ไม่บอกหรอก (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ ไม่หรอกครับ แก่แล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่วัยรุ่นแล้วสัมภาษณ์มาเป็นสิบปี ก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่รักๆเลิกๆเหมือนเมื่อก่อน ก็ว่ากันไป อยากให้มันเป็นตามธรรมชาติ ฟ้าคงขีดชะตามาแล้วมั้งว่าคนนี้แต่งเร็ว คนนี้แต่งตอนนี้ อยากให้เป็นไปตามธรรมชาติ อบากที่บอกแก่แล้ว เดี๋ยวลูกไม่ทันใช้ รีบแต่งดีกว่า บางทีเรากังวลกับอนาคตมากจนเกินไปจนปัจจุบันไม่มีความสุข สมมุติเราอาจจะยังไม่พร้อมในเรื่องของจิตใจ หรืออะไร เดี๋ยวแก่ไปลูกไม่ทันใช้ ก็แต่งๆไปเลย จนปัจจุบันอาจจะไม่มีความสุขก็ได้ ผมว่าเอาให้เรามีความสุขในชีวิตปัจจุบัน โฟกัสที่ปัจจุบัน ถ้าเราแฮปปี้กับมัน ก็โอเค ถ้ามันจะมาก็มา “

แล้วมีไหม?
“มันก็มีบ้าง อย่างที่บอกว่าเราต้องบาลานซ์ ถ้าเขาชอบเรา เราก็ต้องชอบเขาด้วย หรือถ้าเราชอบเขา เขาก็ต้องชอบเราด้วย ก็ต้องกาคนที่ใจตรงกัน ไม่ใช่ว่าหล่อจัดใครก็ได้หมด ไม่ใช่ขนาดนั้น ก็ต้องตรงกันด้วย”

ยังมีความหวังไหมว่าชีวิตนี้จะได้แต่งงาน?
“(หัวเราะ) ไม่หรอก ลองดูต่างประเทศล่าสุดยังมีนักแสดงญี่ปุ่นสวยๆแต่งกับตลกอายุ 42 คือมันก็เกิดขึ้นได้กับทุกคน ช่วงเวลาของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน เวลาใครเวลามัน อย่างที่บอกว่าถ้าเจอก็ให้เป็นไปตามกลไกความรู้สึก อย่าไปต้องแต่ง จะหาแล้ว ความรักยิ่งหายิ่งไกล เดี๋ยวมันเจอเอง ก็เจอเองแหละ หมายถึงทุกๆคนด้วยนะ ไม่ต้องซีเรียส ผมว่าถึงเวลามาเอง อย่าไปเร่งรัดหรืออะไรจนผิดธรรมชาติ แล้วมันเหมือนกับฝืนๆไม่จริง วันหนึ่งก็เลิกอยู่ดี”

เหมือนตอนนี้เราดูเข้าใจโลกมากขึ้น?
“อันนี้ก็แล้วแต่ เรียกว่าโตขึ้น มุมมองก็เปลี่ยน เราสัมภาษณ์กันมาทุกๆคนตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่อ้อนแต่ออก จนทักวันนี้ก็ยังอยู่กัน ก็ต้องเปลี่ยนไปตามมุมมองครับ มันเป็นความจริง เด็กๆทุกคนโตมาก็จะเข้าใจครับ”

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here