เอเซอร์ครบรอบ 50 ปี ประกาศยุทธศาสตร์ “The Next Breaking Barriers” เดินหน้าสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์

- เอเซอร์ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ “The Next Breaking Barriers” พลิกบทบาทผู้นำพีซีสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์
- ขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 3 แกนหลัก Commercial, Retail และ Home Appliance นำเทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
- ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยนวัตกรรม ความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค และการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน

ในวาระครบรอบ 50 ปี เอเซอร์ (Acer) ประกาศก้าวสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” สะท้อนวิสัยทัศน์การ “ทลายขีดจำกัด” หนึ่งใน DNA สำคัญของแบรนด์ ที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญอีกครั้ง จากความแข็งแกร่งในตลาดพีซี ไปสู่บทบาทของ แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่เข้าใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์การใช้งานจริง และขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในระยะยาวผ่าน 3 แกนพอร์ตธุรกิจสำคัญ ทั้งในฝั่ง Commercial, Retail และ Home Appliance

นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวคิด “Breaking Barriers” ของเอเซอร์ในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่หรือการก้าวข้ามข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ แต่หมายถึงการทำให้เทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อกับวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น และกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล

เอเซอร์จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลายมิติ โดยนำ AI มาทำหน้าที่เป็น “Trusted Companion” หรือคู่คิดที่ช่วยยกระดับคุณภาพการทำงานและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเสริมความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจผ่านการยกระดับการผลิตและการบริหารงานในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาดและรองรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับตอกย้ำความเชื่อมั่นผ่านระบบบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว

“ในวาระครบรอบ 50 ปี เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ด้วยเหตุผลเท่านั้น แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้สึกผูกพันและเชื่อมโยงด้วย ผ่านเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกเจเนอเรชัน และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต” นายเจฟ ลี กล่าว
จากวิสัยทัศน์ สู่การลงมือทำจริง
ในปีนี้ เอเซอร์นำแนวคิด “Breaking Barriers” มาเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารแบรนด์ เพื่อเล่าการเดินทางตลอด 5 ทศวรรษ ในฐานะแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี พร้อมต่อยอดความหมายของการ “ทลายขีดจำกัด” จากเรื่องการเข้าถึงอุปกรณ์ ไปสู่การสร้างความเข้าใจและมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการลดความกังวลเกี่ยวกับ AI หรือการทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น

เอเซอร์จึงวางกลยุทธ์การสื่อสารแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมสำคัญอย่างแคมเปญ Acer Day, การแข่งขัน Predator League Tournament และการ Collaboration ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโปรเจกต์ Acer x Butterbear ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี ผ่านการออกแบบคอลเลกชัน Notebook, Gadget และ Accessories สำหรับคอมมูนิตี้ไทย เพื่อทำให้เอเซอร์ไม่เพียงถูกจดจำในฐานะผู้นำธุรกิจ แต่เป็นแบรนด์ที่มอบทั้งคุณค่าการใช้งานและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค
ภายใต้ทิศทางดังกล่าว เอเซอร์จึงเดินหน้าขยายบทบาทของธุรกิจในแต่ละแกนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในฝั่ง Commercial ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อองค์กรและการศึกษา ฝั่ง Retail ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภค และฝั่ง Home Appliance ที่สะท้อนการขยายตัวของแบรนด์เข้าสู่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านอย่างชัดเจน

จากเทคโนโลยี สู่แบรนด์ที่สร้างสรรค์โอกาส
ในฝั่ง Commercial เอเซอร์ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงประสิทธิภาพอุปกรณ์ แต่มุ่งขยายบทบาทให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยลดข้อจำกัดเพื่อการเติบโตขององค์กร สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง
นางสาวณัฐฐนันท์ รัตนพรพิศ รองผู้อำนวยการฝ่าย Commercial Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฝั่ง Commercial เอเซอร์ได้ปรับบทบาทจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไอที สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่เข้าใจอินไซต์และความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง ครอบคลุมตั้งแต่การเป็น Education Partner ที่ร่วมพัฒนาโซลูชันเพื่อยกระดับการเรียนรู้ เป็น Enterprise Partner ที่ช่วยองค์กรออกแบบและวางระบบเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ไปจนถึงการเป็น Business Partner สำหรับผู้ประกอบการ SME เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคใหม่ ทุกโซลูชันถูกพัฒนาเพื่อทำให้เทคโนโลยีเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นพลังสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และทรัพยากร

ในขณะเดียวกัน เอเซอร์ยังนำแนวคิด “Breaking Barriers” มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ Commercial ผ่านแนวทางสำคัญ เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพองค์กรและขยายโอกาสทางดิจิทัล ได้แก่
- Breaking the Performance Barrier: เอเซอร์ยกระดับศักยภาพการประมวลผลขององค์กรด้วย Altos BrainSphere™ GB10 F1 ภายใต้แนวคิด “A Grace Blackwell AI Supercomputer on Your Desk” นำพลังประมวลผล AI ระดับสูงมาไว้ในเครื่องขนาดกะทัดรัด ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา Local AI Model วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการงาน AI ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Breaking the Boundary of Work: เปิดตัว TravelMate และ Veriton เจเนอเรชันใหม่ รองรับการทำงานยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความสามารถด้าน AI-Powered Productivity ระบบความปลอดภัยระดับองค์กร การจัดการพลังงาน และแนวคิดด้านความยั่งยืน
- Breaking the Opportunity Gap: เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลผ่าน Digital Learning Support Program สนับสนุนอุปกรณ์ Chromebook ให้กับโรงเรียนไทย พร้อมพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้และเสริมศักยภาพทั้งผู้สอนและผู้เรียนให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม
แบรนด์ที่อยู่ในชีวิตจริงของคนยุคดิจิทัล
ในฝั่ง Retail เอเซอร์กำลังขยับจากแบรนด์ที่ผู้บริโภคเคยเลือกด้วยเหตุผลด้านเทคโนโลยี ไปสู่แบรนด์ที่สร้างความหมาย ความเชื่อมั่น และความผูกพันระยะยาว ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในชีวิตจริง
นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Business บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ออกแบบทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของอุปกรณ์ไอที และทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของผู้ใช้งานได้จริง พอร์ตผลิตภัณฑ์ใหม่จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่ม Hybrid Work ในซีรีส์ Swift AI และ Aspire AI, กลุ่ม Pro Creator ที่ต้องการประสิทธิภาพขั้นสูง ไปจนถึงกลุ่ม Immersive Gaming ภายใต้ Predator และ Nitro ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เอเซอร์ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสานประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความทนทาน และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ในระยะยาว โดยนำแนวคิด “Breaking Barriers” มาขับเคลื่อนแนวทางสำคัญ ได้แก่
- Breaking the AI Barrier: ทำให้ AI PC เข้าถึงได้ในหลายเซ็กเมนต์ ผ่าน Swift Series ตั้งแต่ Swift Edge 14 AI / 16 AI, Swift Air 16, Swift Go 14 AI ไปถึง Aspire 16 AI ที่ยกระดับการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน
- Breaking the Performance Barrier: เสริมความแข็งแกร่งกลุ่มเกมมิ่งด้วย Predator และ Nitro เจเนอเรชันใหม่ โดย Predator Helios Neo 16S AI โดดเด่นด้านดีไซน์และการปรับแต่งประสิทธิภาพ ขณะที่ Nitro V16 AI มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่รองรับการเล่นต่อเนื่องได้ดียิ่งขึ้น
- Breaking the Ecosystem Barrier: ขยายพอร์ต Desktop, Monitor, Memory และ DIY ครอบคลุมตั้งแต่ All-in-One, Tower PC, Mini PC, Portable Display, ProDesigner Monitor, จอเกมมิ่งรีเฟรชเรตสูง ไปจนถึง SSD, RAM และอุปกรณ์เสริมเกมมิ่ง เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศของแบรนด์ให้ครบวงจร
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือโปรเจกต์ Predator x ADBIG ที่เอเซอร์ร่วมมือกับ ADBIG ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ประกอบ (Custom PC) เพื่อพัฒนา Custom DIY PC ภายใต้แบรนด์ Predator ที่คัดสรรและออกแบบสเปกของแต่ละรุ่นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้สมดุลด้านประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่ต้องการพลังประมวลผลระดับสูง พร้อมวางจำหน่าย เฉพาะผ่าน Acer Online Store เท่านั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคอมมูนิตี้เกมเมอร์และผู้ใช้งานสาย DIY พร้อมขยายการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

จากเทคโนโลยี สู่ทุกมิติของการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งก้าวกลยุทธ์ของเอเซอร์ในวาระครบรอบ 50 ปี คือการรุกเข้าสู่ตลาด Home Appliance ภายใต้แบรนด์ Acerpure ซึ่งสะท้อนการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น โดย Acerpure ถูกวางให้เป็นหนึ่งในเสาหลักใหม่ของการเติบโต ภายใต้แนวคิด “Live Pure” ซึ่งนำองค์ความรู้ด้าน IT, AI และ Connectivity มาสร้างสรรค์โซลูชันการอยู่อาศัยที่สะอาดและปลอดภัย ควบคู่กับดีไซน์ที่ทันสมัย ผ่านสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่
นายบุญพัทธ ชูบรรเจิด รองผู้อำนวยการ Acerpure Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทิศทางต่อไปของเอเซอร์คือการลดช่องว่างเพื่อทำให้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและอยู่ในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต Acerpure จึงเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่าน ที่ทำให้เอเซอร์ขยายบทบาทจากโลกเทคโนโลยีสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย สะดวก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาวะภายในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเอเซอร์กำลังเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย ได้แก่
- Acerpure CHILL: ไฮไลต์สำคัญของพอร์ตผลิตภัณฑ์ Acerpure ในปีนี้ คือเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่มาพร้อม PINOKI เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ Acerpure ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่สะอาด สบาย และดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุกมิติของการใช้ชีวิต
- Large Appliances for Smart Living: ขยายสู่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการอยู่อาศัยอัจฉริยะ และทำให้ Acerpure เข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
- Energy-Efficient Appliances: กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เน้นประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานด้วยระบบ Dual Inverter พร้อมการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน Acerpure LIFE รองรับการใช้งานในยุคสมาร์ทโฮม
- Acerpure ASPIRE TV: การต่อยอดสู่หมวด Audio & Visual ผ่านทีวีดิจิทัลจอขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้าน ด้วยระบบภาพและเสียงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ในราคาที่เข้าถึงได้

จากความสำเร็จ สู่ทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืน
จากการเดินหน้าธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เอเซอร์สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมได้รับการยอมรับผ่านรางวัล Thailand’s Most Admired Brand และ Thailand’s Most Admired Company สะท้อนความเป็นผู้นำของเอเซอร์ในตลาดไอทีและพีซี ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความไว้วางใจจากผู้บริโภค
อีกปัจจัยที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของเอเซอร์ในตลาดไทย คือมาตรฐานด้านการบริการหลังการขายคุณภาพสูง ภายใต้แนวทาง Global Brand, Local Touch ของศูนย์บริการ HSNT ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยปัจจุบันศูนย์บริการของเอเซอร์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ครบทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการที่เชื่อถือได้ พร้อมมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อเสริมรากฐานการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
อีกด้านหนึ่ง เอเซอร์ยังดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยผสานหลักความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การดำเนินงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการซัพพลายเชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุหมุนเวียน เพื่อให้การเติบโตของเทคโนโลยีดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ในวาระครบรอบ 50 ปีของเอเซอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายแห่งความสำเร็จในอดีต แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างชัดเจน ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของธุรกิจพีซี สู่การพัฒนาโซลูชันสำหรับองค์กรและพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” ซึ่งสะท้อนการก้าวจากผู้นำเทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง
เกี่ยวกับเอเซอร์
เอเซอร์ ก่อตั้งในปี 1976 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัท ICT ชั้นนำของโลก มีสำนักงานอยู่ในกว่า 160 ประเทศ เอเซอร์มองเห็นอนาคตที่มุ่งเน้นการผนวกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เพื่อเปิดโอกาส และธุรกิจใหม่ ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจ ทั้งเทคโนโลยีการให้บริการ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เกมมิ่ง และ วีอาร์ (VR: Virtual reality). พนักงานกว่า 7,000 คนของเอเซอร์ ทุ่มเทกับการวิจัย, ออกแบบ, การตลาด, การขาย และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ทลายอุปสรรคระหว่างผู้คนและเทคโนโลยี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com
© 2021 Acer Inc. All rights reserved. Acer and the Acer logo are registered trademarks of Acer Inc. Other trademarks, registered trademarks, and/or service marks, indicated or otherwise, are the property of their respective owners. All offers subject to change without notice or obligation and may not be available through all sales channels. Prices listed are manufacturer suggested retail prices and may vary by location. Applicable sales tax extra.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด
ฤดี คล้ายสีทอง
Tel: 02-825-9600
Email: Rudee.Klayseethong@acer.com











