ต้นสังกัดปล่อยโฮ “สมาร์ท” เปิดโปง แพลตฟอร์มฝั่งจีนบิดเบือน! บีบเซ็นใบเตือน ขณะป่วย – ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยันค่ายบอกเลิกสัญญาก่อน

0
100

ต้นสังกัดปล่อยโฮ “สมาร์ท” เปิดโปง แพลตฟอร์มฝั่งจีนบิดเบือน! บีบเซ็นใบเตือน ขณะป่วย – ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยันค่ายบอกเลิกสัญญาก่อน

“สมาร์ท ชิษณุพงศ์ พวงมณี” นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง พร้อม ภิรญา โยธินภรากร และ ภรัณ โยธาเดชาโชติ ผู้บริหารค่ายแกรนด์ ไอวอรี่ เรคคอร์ด (GIR)  ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ ชั้น 2 MINIZIZE DANCE STUDIO เดอะสตรีท รัชดา ชี้แจงกรณีถูกยุติสัญญาจากแพลตฟอร์มผู้จัดซีรีส์ฝั่งจีน เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เผยถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรม ไร้ความเห็นใจขณะที่กำลังเจ็บป่วย ยืนยันป่วยภาพตัด แต่กลับถูกบีบให้เซ็นใบเตือน บีบให้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด พร้อมเปิดโปง ถูกกีดกัน – บิดเบือนที่มา

ย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้น?

สมาร์ท : ปัญหาสะสมครับ เรื่องความรู้สึกเรื่องของปัญหาที่เกิดแล้วเราอยากได้รับการแก้ไข ซึ่งมันไม่ได้รับการแก้ไขตรงนั้น มันสะสมมาเรื่อยๆ ครับ

 

ทำงานกับแพลตฟอร์มนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเรา ถึงทำให้เขาส่งจดหมายยุติ?

สมาร์ท : ตัวผมเวลาทำงาน ผมเป็นคนที่ให้ใจ ทำงานร่วมด้วยเต็มที่ ทุ่มสุดตัว พอเกิดเคสนี้ขึ้นมา เหมือนตอนนั้นผมท้องเสีย แล้วอีกวันนึงผมต้องไปทำงานกับทางเขา แต่ผมบังเอิญอาหารเป็นพิษ มันฟีลกึ่งหลับกึ่งตื่น ผมรู้สึกตัวเองปวดท้องมาก ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นพิษจากอาหารนะครับ ผมสลึมสลือเข้าห้องน้ำ 3-4 รอบ แล้วผมรู้สึกว่าผมไม่มีแรงเลย ภาพผมก็ตัดไปตอนไหนไม่รู้ ผมมารู้ตัวอีกทีก็คือวันงาน ซึ่งมันเลยเวลาเตรียมตัวของผมแล้วที่ต้องออกไปทำงาน ผมก็โทรหาพี่หนึ่ง ผจก.ของผม พอทางนั้นทราบเรื่องเขาก็แก้ปัญหาหน้างานของเขา แต่หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือมีเอกสารตามหลังมาว่าให้ผมช่วยเซ็นให้หน่อย ผมไม่สามารถพูดรายละเอียดได้ เหมือนให้เรารับผิดชอบ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในครั้งต่อไป ซึ่งบอกตามตรง ผมเองไม่ได้อยากป่วย มันทรมานมากๆ ไม่มีใครอยากป่วยแน่นอน นี่เป็นอีกเคสนึงที่ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้รับรู้ความรู้สึกเป็นห่วงของเขา

เรามีปัญหาในการทำงานของเรากับเขา?

สมาร์ท : ใช่ครับ

 

เราไม่ได้ไปร่วมงาน เขาให้เหตุผลยังไงตอนเขาออกหนังสือมา?

สมาร์ท : ผมรู้เรื่องอีกที คือมีหนังสือแจ้งเข้ามาแล้วว่าเราต้องเซ็น

 

ลักษณะเป็นใบเตือน?

สมาร์ท :  ใช่ครับ มาเป็นเอกสาร

 

การทำงานไม่ยุติธรรมกับเรา?

สมาร์ท : มันมีหลายเคสมากๆ จริงๆ ผมก็ไม่กล้าพูดมาก เพราะมันเกี่ยวกับรูปคดีด้วย ที่ยกตัวอย่างได้ก็มีเคสนี้ แล้วก็เคสที่ผมทำงานแล้วผมป่วยในกอง ผมมีอาการตั้งแต่ช่วงเช้า ผมก็พยายามทนให้จบครบวัน จะได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่มาถึงซีนถ่ายตอนกลางคืน ร่างกายผมไม่เอาแล้ว มันปฏิเสธแล้ว ไม่ไหวแล้ว ผมหนาวตัวสั่น ทั้งที่อยู่ประเทศไทย ตอนนั้นทำงานไม่ได้แล้ว เสียงใช้ไม่ได้แล้ว มันแหบ มันแตกไปหมด ผมไปนอนในรถตู้ก่อนตอนแรก ไปนอนพัก มันไม่ไหว ก็ไปรพ. เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาทีหลังเหมือนกัน ว่าทำไมปล่อยให้ผมไปเข้ารพ. นี่ก็เป็นอีกเคสนึงเหมือนกัน

 

รู้สึกเขาไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยเรา?

สมาร์ท : ด้วยเนเจอร์ของผม ผมเป็นคนไม่ได้เรื่องมาก ผมไม่ได้ต้องการเทคแคร์ ถามไถ่ตลอดเวลาขนาดนั้น แค่แต่ความรู้สึกของคน ผมกำลังทนมาตั้งแต่เช้า ทำงานตั้งแต่เช้าเพื่อให้งานเสร็จ ไม่มีปัญหา แต่ร่างกายผมไม่ไหวจริงๆ ผมพยายามเต็มที่แล้ว พอผมไปรพ. ออกจากรพ. มันเป็นฟีลใครอนุญาตให้ไป ผมก็รู้สึกว่าโอ้โห

 

ระหว่างทางได้เคลียร์กันก่อนมั้ย อธิบายให้เขาฟังมั้ย?

สมาร์ท : ทุกปัญหา ทุกเคส ทางเราคุยกับเขาตลอดว่าจะหาตรงกลางยังไงดี มันเยอะมากๆ ครับ บางปัญหาผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นปัญหา มันก็มีเหมือนกัน ผมก็อยากคีฟตรงนั้นเหมือนกัน อยากให้มันอยู่ตรงกลาง ผมพูดปัญหาตั้งแต่ก่อนถ่ายทำ ถ่ายทำ หลังโปรโมต

 

มีปัญหาต่อเนื่องตลอด มีการเคลียร์ตลอด แต่หาจุดตรงกลางไม่ได้ เพราะอะไร?

สมาร์ท : ถ้าให้พูดตรงๆ ความต้องการแต่ละคน ซึ่งมันไม่ลงรอยกันสักที

 

ภรัณ : เรื่องมุมมองการทำงาน ผมมองว่าน้องเป็นน้องเรา ถ้าออกไปทำงาน ถ้าเกิดเหตุการณ์เจ็บไข้ได้ป่วย มันต้องอนุโลมให้ได้ แต่นี่น้องป่วย วันถัดมามีเอกสารมาให้เซ็นว่าถ้าคุณป่วยอีกไม่สามารถทำงานได้ คุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายวันนั้นทั้งหมด ซึ่งน้องเป็นคนนะครับ น้องไม่ใช่เครื่องปั๊มเงิน น้องป่วยได้ ทำไมถึงมองน้องเป็นเครื่องจักรขนาดนั้น ถ้าคนมีจิตสำนึกคงไม่ร่างเอกสารฉบับนั้นมาให้เซ็นอยู่แล้ว ทางเราก็ปฏิเสธเต็มที่ว่าเราไม่เซ็น แล้วมีคำขู่มาว่า ถ้าไม่เซ็น งานหน้าขอแคนเซิลนะ เราก็ต้องการโปรเทคน้อง เราเลยบอกว่าเราไม่เซ็น ถ้าจะให้เราทำงานแบบนี้ เรารู้สึกว่ามันเกินไป เราขอโปรเทคน้องดีกว่า

 

มองมุมตรงข้าม มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทำไมถึงมีปัญหากับน้องอยู่ตลอด?

ภรัณ : ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขามองน้องยังไง ถ้าเขามองว่าน้องป่วย แล้วไม่สามารถทำให้งานเขาเดินได้ แต่ว่าขนาดน้องป่วย เป็นไข้ตั้งแต่ช่วงเช้า แต่อยู่ถ่ายทั้งวันจนถึงคิวสุดท้าย ทั้งวันนะพี่

 

มีใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าน้องป่วยจริงไม่ได้ป่วยทิพย์?

ภรัณ : มีครับ เขาเห็นใบรับรองแพทย์ก่อน แล้วเอกสารนี้ที่ให้เซ็นก็ตามมา

 

เป็นแพลตฟอร์มหรือผู้จัด เอกสารออกมาจากฝั่งไหน?

ภรัณ : ผมไม่บอกว่ามาจากใครแล้วกัน แต่ถ้าจะให้เอกสารฉบับนั้นมีผล มันต้องออกมาทางแพลตฟอร์ม เพราะว่าเราไซน์คอนแทคกับแพลตฟอร์ม

 

ตอนจับคู่กัน ในข้อสัญญามีข้อตกลงอะไรบ้าง ต้องเล่นซีรีส์อย่างเดียว หรือต้องทำอะไรบ้าง?

ภรัณ : อันนี้เปิดเผยข้อมูลในสัญญาไม่ได้

 

เซ็นกับผู้จัดจีนกับแพลตฟอร์ม เซ็นแบบไหน แค่แสดงหรืออยู่ในสังกัดเขา?

ภรัณ : แค่แสดงครับ เพราะน้องอยู่ในสังกัดเรา น้องไม่มีการออกจากสังกัดเรา จะออกไปอยู่กับคนอื่นไม่ได้สิ

 

ในเอกสารเขาจ้างเราแสดงเฉยๆ หรือเขาดูแลในฐานะนักแสดงในสังกัด?

ภิรญา : จริงๆ ในสัญญาเราแบ่งฝั่งกันว่าเรื่องฝั่งนักแสดงทั้งหมดเขาเป็นคนดูแล ฝั่งเพลงจะเป็นฝั่งเราทั้งหมด จะแบ่งการดูแลกันแบบนี้ แต่ในส่วนซีรีส์ เขาบอกเขาโค เมเนทเมนต์ แต่การดูแลน้องทุกอย่าง อยู่ที่ฝั่งเราทั้งหมดเลย พูดง่ายๆ คือเขาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเขาเอง

 

ทำไมไม่ทำหนังสือแจ้งกลับไปว่าเขาละเลย?

ภิรญา : เราทำแจ้งค่ะนั่นคือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญากับเรา ง่ายๆ คือเขาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาของเขา เรามีการบอกเลิกถูกต้องและครบถ้วน ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว

 

กรอบสัญญาที่เขาต้องดูแลน้อง เขาต้องดูแลยังไง เขามีสิทธิ์อะไรบ้าง?

ภิรญา : เขามีสิทธิ์ในการดูแลทั้งหมด พาร์ตการแสดง เขาดูแลทั้งหมด

 

ขอบเขตอื่นๆ ของน้อง อย่างไม่สบาย ใครพาไปหาหมอ?

ภรัณ : ไม่สบายในกอง ก็ยังเป็นเราพาไปส่งรพ.

 

ภิรญา : ทางเขารู้ว่าน้องไม่สบาย วันนั้นน้องออกกอง และมีผู้จัดการฝั่งเขา เป็นคนดูแลเวลาออกกอง ซึ่งตัวญาเอง โดนกีดกันมาตั้งแต่แรก (ร้องไห้) เราไม่สามารถพูดกับน้องได้เลย ตั้งแต่ตอนเวิร์กช็อป เราดูแลน้องไม่ได้เลย

 

ตั้งแต่เขาเริ่มก้าวไปเล่นซีรีส์เรื่องนี้ ทางบริษัทเราไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองเพราะเขากีดกัน?

ภิรญา : ใช่ค่ะ เขากีดกันตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าน้องได้เล่นเรื่องนี้ เขาไม่ให้เราดูแลน้องเลย แต่มันคือหน้าที่ของเรา ที่เราต้องทำ

 

ตอนเวิร์กช็อปทำไมไม่แจ้งเขาไปว่าสิทธิในการดูแลน้องมีอะไรบ้าง?

ภิรญา : เราแจ้งทุกอย่างแล้วค่ะ ตัวเขาเองก็รับรู้ว่าเราต้องทำอะไรให้น้องบ้าง

 

ในสัญญาไม่ได้ระบุไว้เหรอว่าเราดูแลตัวน้องได้มากน้อยแค่ไหน?

ภิรญา : เหมือนในสัญญาอาจพูดมากไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้ว มันคือการที่ค่ายเซ็นกับค่าย คือค่ายเราเซ็นกับเขา ในการโค เมเนทเมนต์น้องตรงนี้ และมีอะไรเขาควรคุยกับเรา

 

ทำไมไม่แย้งตั้งแต่ต้น?

ภิรญา : เราแย้งมาโดยตลอด เรามีหนังสือส่งไป แต่ก็ไม่มีการแก้ไขอะไรกลับมา ทั้งส่งหนังสือ ทั้งพูดคุย คุยกับเมเนเจอร์ฝั่งโน้นบ้าง บอกตรงๆ ว่าเรามีหน้าที่ของเรานะ คุณต้องเข้าใจเราด้วย เราดูแลน้องมาตั้งแต่ปี 63 และเราเพิ่งร่วมงานกันกับโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์แรก พูดตรงๆ ว่าเราก็ยังเป็นห่วงน้องเราอยู่ แต่เขาก็กีดกันตั้งแต่วันแรก บอกว่าเวิร์กช็อปอันนี้เข้าไม่ได้นะ เดี๋ยวทางเขาดูแลเอง เราก็คิดว่าอันนั้นคือสิทธิเราเหมือนกัน เราแย้งมาตลอด แต่เราไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย หรือแม้กระทั่งการไปทำงานต่างประเทศ ตอนแรกมีฟีดแบ็กกลับมาว่าโอเคทางเราไม่สามารถติดตามน้องไปได้นะ จะมีแค่ฝั่งเขา จนเหมือนเรายอมไม่ได้จริงๆ เราก็เลยบอกเขาไปว่าเราขอไปได้มั้ย เราไปคนเดียวก็ได้ แต่เราขอให้คนของเราไปดูแลน้องเราได้มั้ย จนเขายอม

 

ในสัญญามีเงื่อนไขการทำงานไว้มั้ย?

ภิรญา : อันนั้นน่าจะบอกไม่ได้

 

ทำไมถึงยอมให้มาถึงเขาออกจดหมายุติออกมา ทั้งที่เกิดเหตุการณ์เวิร์กช็อป ทำไมไม่ยกเลิกกลางคันไปเลย?

ภิรญา : ณ ตอนนั้นพูดตรงๆ ว่าน้องยังทำงานกับเขาอยู่ ถ้าสมมติเรายกเลิกกลางคัน สุดท้ายแล้วคนที่จะโดนเอฟเฟกต์หนักที่สุดคือน้องเราเอง เรามีการพูดคุยประนีประนอมมาตลอด เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ จนสุดท้ายแล้วเราไม่ได้รับการแก้ไข

 

สิ่งที่ออกมาตอนแรก เหมือนน้องสังกัดแพลตฟอร์ม ไม่ได้สังกัดเรา รู้สึกยังไง?

สมาร์ท : ผมเห็นโพสต์ ผมก็ช็อกเหมือนกัน เหมือนผมเริ่มต้นมากับทางฝั่งโน้นเลย จริงๆ พี่ญาบอกไว้แล้ว ผมออดิชั่นเข้าค่ายปี 63 ในโพสต์เหมือนไม่ใช่ผม ถ้าพูดตามตรงผมไม่โอเคจริงๆ เหมือนบิดเบือนที่มา ความเป็นตัวตนของผม เพราะผมเทรนกับค่ายมาโดยตลอด ทั้งก่อนโปรเจกต์นี้ด้วย ที่ผมไปมีผลงานมาก่อนหน้านี้ด้วย แต่ในตัวโพสต์เหมือนกับบอกว่าเขาปั้นผมมา กรูมมิ่งผมมาตั้งแต่เริ่ม จริงๆ ผมก็อยากให้ทุกคนเข้าใจจริงๆ ว่าผมเริ่มมาจากตรงไหน ตัวตนผมเป็นยังไง ผมอยากให้ทุกคนได้ทราบความจริงด้วย ผมเห็นแล้วรู้สึกไม่โอเคจริงๆ

 

ได้โต้แย้งมั้ยในหลายๆ อย่างที่เกิดปัญหา อย่างไปต่างประเทศ อยากให้ทีมเราไปด้วย มีพูดคุยมั้ย?

สมาร์ท : ผมมีคุยกับทางฝั่งของผม จริงๆ ผมอยากทำงานด้วยความราบรื่น ไม่ได้อยากมีปัญหาอะไรเลย แต่ถ้าเกิดปัญหามา ผมก็ต้องแจ้งเหมือนกัน ให้ทางผู้ใหญ่คุยกันว่าจะได้รับการแก้ไขมั้ย ผมรู้สึกว่าผมเป็นแค่เด็ก ผมเองก็ไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น ไม่อยากให้คนมองว่าผมเรื่องเยอะ ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนเรื่องเยอะเลย ผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ผมเลือกปรึกษาทางฝั่งผม เพราะฝั่งผมสามารถเป็นกระบอกเสียงในการแก้ไขปัญหาให้ผมได้

 

ระหว่างทางไปทำงาน ไม่เกิดอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหรอ หรือไม่อยากทำ  เพราะบรรยากาศในการทำงานไม่ตอบโจทย์ ต้องไปเจอทีมเดิม?

สมาร์ท : ถ้ามีปัญหาก็จะมีความรู้สึกนั้น แต่สำหรับผม ผมต้องก้าวต่อไปข้างหน้า ผมก็เต็มที่กับงานของผม โฟกัสกับงานเป็นหลัก แม้มีความรู้สึกอยากออกจากตรงนี้จังเลย เหนื่อยจังเลย แต่ผมก็ยังมีงาน ไหนจะมีแฟนๆ ที่เขารอเจอเราหน้างาน ผมก็เลยโฟกัสตรงนั้นดีกว่า ดีกว่าคิดให้ลบกับตัวเอง จนเราทำอะไรไม่ได้

 

ได้สื่อสารกับเขาตรงๆ มั้ย?

สมาร์ท : ถ้าตรงๆ ไม่ได้มีการพูดจากผมกับเขาตรงๆ ผมคุยกับทางทีมของผม แล้วให้ทีมของผมไปคุย

 

ภิรญา : จริงๆ มันเริ่มจากการที่เราส่งจดหมายให้เขาก่อน ส่งจดหมายขอยุติสัญญาก่อน และจดหมายฉบับนั้นมีผลแล้ว เราทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน สัญญาได้ยุติลงแล้วก่อนเขาประกาศ ซึ่งเขาประกาศทีหลังว่าโอเค แคนเซิล จริงๆ สัญญาควรจบแล้ว

 

อะไรเป็นเหตุผล ว่าสัญญานี้สมบูรณ์แบบ?

ภิรญา : มันเป็นข้อที่ระบุในสัญญาหลัก ซึ่งเราทำตามสัญญาหลักครบถ้วนทุกขั้นตอนเลย

 

เขาจ้างสมาร์ทเล่น ต้องออกแฟนมีตฯ ต่างประเทศ 7 ที่ ในไทย 3 ที่ถ้าไม่ครบตามสัญญา สมาร์ทต้องจ่ายค่าเสียหาย ตรงนั้นมีมั้ย?

ภรัณ : ในเอกสารที่เราส่งไป มีข้อที่เราระบุว่าเขาละเมิดข้อสัญญาข้อไหนบ้าง ขอไม่ระบุแล้วกันนะว่าข้อไหน ก็เอาข้อละเมิดสัญญานั้นมาเป็นการยกเลิก

 

เขาเซ็นรับทราบมั้ย?

ภรัณ : มันเป็นขั้นตอนในสัญญา ถ้าจะยกเลิกต้องใช้วิธีแบบไหน เราทำตามนั้นเรียบร้อย

 

ปฏิกิริยา เขาเป็นยังไง?

ภิรญา : เราส่งจดหมาย ยังไม่ได้เจอเขา เขาก็ประกาศโดยที่ไม่ได้คุยกัน ก็โอเค ไม่คุยก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ที่เขาประกาศลงแพลตฟอร์มจีน ทางเรายังไม่ได้รับเอกสารทางไหนเลย เราเลยไม่รู้ว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว และถ้าสมมติวันใดวันหนึ่งเราก็พร้อมสู้ในแบบของเรา

 

เขาเขียนประมาณไหน เพราะมันเป็นภาษาจีน?

ภิรญา : เราก็อ่านภาษาจีนไม่ออกเหมือนกัน แต่เท่าที่แปลมา เหมือนน้องกับเรา เป็นคนละเมิดสัญญา ณ วันนี้เขาฟ้องร้องที่ศาลประเทศจีนแล้ว ด้วยเงื่อนไขของเขา แต่ตัวเราเอง หรือค่าย ยังไม่ได้รับเอกสารนั้นเลย เราเลยไม่รู้ว่า ณ ตอนนี้มันไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะทางเราไม่ได้รับเอกสาร

 

ก่อนมีประกาศว่าเขาฟ้องสมาร์ท เรายังไม่ได้รับเอกสาร?

ภรัณ : ไม่มี ที่เห็นคือในโพสต์แค่นั้นเลย เขาโพสต์ 13 มี.ค.

 

หลังโดนยกเลิกไปแล้ว การทำงานของเรา มีผลกระทบยังไง?

ภิรญา : จริงๆ ตอนแรกเขาประกาศมาเรื่อยๆ ช่วงแรกๆ ที่เขาประกาศ พูดตรงๆ ว่ามีผลกระทบกับงานของเราประมาณนึงเหมือนกัน มีลูกค้ายกเลิกงานหลายๆ อย่าง ด้วยเหตุผลของเขา ก็เสียผลประโยชน์ตรงนั้นไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็มีลูกค้าหลายๆ คนที่เข้าใจว่าเราไม่ได้ผิดนะ เขาก็พร้อมที่จะร่วมงานเหมือนกัน

 

เหมือนดังแล้วแยกกัน ทำไมเราไม่แจ้งออกไป?

ภิรญา : อาจด้วยเนเจอร์ของบริษัท เราไม่ได้อยากต่อความยาวสาวความยืด เรารู้สึกว่าถ้าคุณไม่ชอบเรา ก็ไม่ต้องทำงานกับเรา ต่างคนต่างอยู่ ต่างทำงานของตัวเอง ผลักดันบริษัทของตัวเอง ไม่ต้องมาโจมตีกัน เราแค่รู้สึกแค่นั้น ไม่เป็นไร คุณอยากทำอะไรของคุณก็ทำไป เราพอแล้ว

 

พอเห็นจดหมายยุติสัญญาของคู่เรา รู้สึกยังไง?

สมาร์ท : จริงๆ ผมเห็นคอมเมนต์แฟนคลับ ผมก็รู้สึกว่าถ้าตอบตามตรง ผมรู้สึกเสียดายเหมือนกัน ที่คู่ต้องแยกจากกัน ผมได้ยินคำนี้เยอะมาก ทำไมถึงแยก ถ้าไปคู่อาจไปดีกว่าก็ได้ ในหัวผมก็คิดแบบนั้น ถ้าไปคู่กัน เราสามารถเติบโตไปได้ไกลกว่านี้ งานเยอะกว่านี้แน่นอน แต่ด้วยผมรู้สึกว่าที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ที่ของผม ผมอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว ผมเลยเลือกเฟดออกมาจากที่ตรงนั้น ผมก็เสียดายเหมือนกับทุกๆ คนจริงๆ ผมก็อยากขอโทษหลายคน ผมเห็นทุกคนเสียใจ ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย ที่คิดถึงคู่เรา ผมก็อยากขอโทษที่ผมทำให้เสียใจ ผมรู้สึกว่าตัวผมเองไม่ไหวแล้ว ถ้าผมจะคีฟแบบนี้ต่อไป ผมก็ไม่รู้อนาคตว่าข้างในต่อไปของผมจะเป็นยังไงเหมือนกัน ผมก็เลยเลือกโปรเทคตัวเอง ทำหน้าที่ตัวเองแบบนี้ต่อไป ในเรื่องพาร์ทเนอร์ ผมรู้สึกเสียดายมากๆ คู่ที่ทำงานซิงก์กันได้ดีขนาดนี้ ผมรู้สึกเสียดายตรงนี้มากๆ จริงๆ

 

ระหว่างทางมีปัญหา คู่ของเรารับรู้มั้ย?

สมาร์ท : อันนี้ผมกับพี่เขา เวลาคุยกันจะคุยเรื่องบวกๆ มากกว่า ว่าเราจะไปทำอะไร ทำยังไงกันดี ให้เคมีออกมาดี ให้คุ้มกับคนที่เขาเดินทางมาแล้วเขารู้สึกคุ้ม มันเป็นฟีลนั้น ปัญหาระหว่างค่ายสำหรับผมไม่ได้ยกไปคุย เพราะอยากให้ผู้ใหญ่เขาเคลียร์กันมากกว่า

 

อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างถ่ายทำ เรื่องปวดท้องเรื่องอะไร พี่เขาก็เห็น?

สมาร์ท : ใช่ครับ พี่เขาก็ถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้าง ตอนนั้นผมก็บอกว่าผมไหว

 

เรากับพี่เขาไม่ได้มีปัญหากัน?

สมาร์ท : ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพี่เขา ปัญหาที่ผมบอกว่าสะสมมาเรื่อยๆ คือข้างหลังเลย ปัญหาการจัดการ ไม่เกี่ยวกับคู่เลยครับ การทำงานคู่ ถ้าพูดตรงๆ ณ วันนี้ผมก็เสียดายมันมากๆ เลยครับ

 

วันที่ตัดสินใจว่าต้องยุติการทำงานซีรีส์นี้ ได้คุยกับเขามั้ย?

สมาร์ท : เรามารับรู้ด้วยกัน ตอนเขาประกาศพร้อมกัน หลังจากนั้นก็มีคุย

 

น้อยใจคอมเมนต์ไหน?

สมาร์ท : มีเอฟเฟกต์ตรงนั้นเยอะอยู่ครับ แต่เป็นสิ่งที่ในหัวผมคิดอย่างนี้ เราเลือกโปรเทคตัวเอง ยอมรับว่าอาจมองว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ ผมก็ทำได้แค่ยอมรับ เพราะเป็นสิ่งที่ผมเลือกแล้ว ผมไม่ได้คิดที่จะไปป่าวประกาศว่าผมทำเพราะผมอย่างนั้นอย่างนี้ ผมรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ ผมแค่ยอมรับกับสิ่งที่ผมตัดสินใจไป พอมันเกิดเอฟเฟกต์กับเรา ผมแค่ทำได้แค่ยอมรับ และก้าวต่อไปข้างหน้า จริงๆ ตัวผมก็หวังว่าเดี๋ยวมันคงได้พูดเองแหละ สักวัน เพราะที่ผมทำไป มันไม่ได้เป็นความผิดเลยในการปกป้องตัวเอง หวังว่าสักวันผมจะได้พูด

 

ครึ่งปีที่แล้วเจอเหตุการณ์ถาโถมด้วย ครึ่งปีหลังความสดใสหายไปเยอะเลย?

สมาร์ท : ช่วงแรกที่เกิดเรื่อง ผมคิดแค่ว่าผมทำงานของผมไป ผมคิดแค่นั้นเองครับ ให้งานมันผ่านไป ทำงานต่องาน ส่วนความรู้สึกข้างหลัง ณ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไง แต่พอมันผ่านตรงนั้นมาได้แล้ว ผมก็ได้คำตอบ ว่าที่เราผ่านมาได้ เพราะเราไม่ได้ตัวคนเดียวเลย ในคอมเมนต์ก็จะมีคนคอยให้กำลังใจอยู่ตลอด มีค่ายที่คอยซัปพอร์ตผมอยู่ตลอด ทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวที่เกิดขึ้นกับผมด้วย พอมองย้อนกลับไป ที่เราผ่านมาได้ อาจเป็นเพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่แรก แต่ ณ ตอนนั้นที่เกิดเรื่อง สมองผมแบลงก์มากๆ ไม่รู้ว่าวันนึงเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมทำงานไปวันต่อวัน จัดการตัวเองไม่ถูก ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ณ ตอนนั้นผมรู้สึกยังไง

 

เลิกเสพข่าวมั้ย?

สมาร์ท : เห็นก็อ่านๆนก็ข่าวมั้ยนไปวันต่อวัน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ณ ตอนนั้นผมรู้สึกยังไง

าตั้งแต่แรก แต่ ณ ตอนนั้นที่เกิดเรื่อง สมองผมแบลงก์มากๆ ไ ก็มีทั้งเข้าใจเราและไม่เข้าใจ ผมทำได้แค่ยอมรับกับทุกฝ่าย ผมก็ไม่ได้คิดโกรธหรือโมโหใคร รู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำครับ

 

จดหมายล่าสุดที่เขาออกมา เตรียมตัวตั้งรับยังไง จะดำเนินการยังไงต่อ?

ภรัณ : จริงๆ แล้วถ้าจะมีการฟ้องร้อง ต้องมีเอกสารจากศาล ซึ่งเรายังไม่ได้รับตัวนี้มาจริงๆ แต่ถ้าดูจากข้อที่เขาพูดออกมา ไม่น่าจะใช่อันเดียวกันกับที่เขาจะฟ้องเรา เพราะมันดูเบาๆ อุปโลกน์ขึ้นมาซะเยอะ

 

ได้ถามแอปฯ นั้นฝั่งไทยมั้ย ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงมีจดหมายฝั่งจีนออกไป?

ภรัณ : เรายังไม่ได้ติดต่อเข้าไป ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร หลังแคนเซิลครั้งนั้น เรายังไม่ได้พูดคุยอะไรกับเขาเลย ซึ่งจดหมายยังไม่มี ก็คิดว่ายุติโดยสมบูรณ์ ต่างคนต่างทำงาน เราไม่คิดไปฟ้องเขาก่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาจะฟ้องเรา งั้นเราก็สู้กันไปเป็นข้อๆ ไป เราไม่ได้คิดจะงัดกับเขาอยู่แล้ว ซึ่งเราไม่ได้เห็นจดหมาย เห็นแต่ประกาศในโซเชียลเท่านั้นเลย ไม่มีหมายจากศาลหรืออะไรใดๆ เลย

 

แล้วจดหมายในโซเชียลจะมีผลต่อการทำงานของน้องยังไง?

ภิรญา : หลังเขาโพสต์สิ่งนั้นในโซเชียลที่จีน ก็มีคู่ค้าของเราหลายๆ เจ้า ทักเข้ามาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่เมืองจีน อธิบายให้ฟังได้มั้ย แล้วงานเราจะเป็นยังไงกันต่อ มันจะมีข้อสงสัยในส่วนนี้จากลูกค้าเข้ามาค่อนข้างเยอะ แต่เราบอกว่าเราไม่รู้ เพราะเราไม่ได้รับเอกสารตรงนั้นเลย เราตอบคุณไม่ได้ แต่ ณ ตอนนี้เรายังสามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าแล้วว่าเขาจะไว้ใจเรามั้ย

 

ตอนนี้ไม่มีการแคนเซิล?

ภิรญา : ไม่มีค่ะ ส่วนใหญ่มีความสงสัยมากกว่า สงสัยและมีให้กำลังใจว่าน้องโอเคมั้ย

 

สมาร์ทกังวลอะไรบ้าง เพราะก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์โดนปาดอกไม้ มันเกิดอะไรขึ้น?

สมาร์ท : เขาน่าจะอยากให้ แต่ผมไม่สามารถรับได้ เพราะผมต้องรีบให้มากที่สุด เป็นพื้นที่สาธารณะด้วย ต้องรีบให้พื้นที่ตรงนั้นเคลียร์ ก็ไม่สามารถรับได้ จนสงสัยเขาคงอยากให้มากๆ (หัวเราะ)

 

ในคลิปค่อนข้างรุนแรง?

สมาร์ท : แต่ไม่ได้เจ็บ เป็นตุ๊กตาดอกไม้ ถ้าย้อนไปถึงวันนั้นผมก็ตกใจมากๆ ตอนมันมากระทบตัวเรา เกิดอะไรขึ้น

 

คนแปลความว่าถูกแอนตี้หรือเปล่า?

ภิรญา : เป็นแฟนคลับที่อยากให้ดอกไม้น้อง

 

พอเกิดประกาศนี้ออกมา เรารู้สึกยังไง?

สมาร์ท : จริงๆ ผมก็ช็อกอยู่เหมือนกัน พูดตรงๆ เลยผมรู้สึกว่ามันไม่จริง เหมือนเป็นชื่อผม แต่เนื้อหาไม่ใช่ผมเลย ณ ตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะผมไม่อยากมานั่งคิดวิตกกังวลว่าทำอะไรต่อไปไม่ได้ อย่างที่บอก 7 ปีที่แล้ว ผมผ่านช่วงแย่ๆ มาเยอะมากๆ ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ผมยังมีทีม มีแฟนคลับที่คอยสนับสนุนผมตลอด ผมเลยโฟกัสไปที่จุดนั้นว่าจะทำยังไงให้คนเหล่านี้รู้สึกดี มีความสุขจากตัวเราดีกว่า

 

ท้อกับวงการมั้ย เราต้องพยายามตลอดเวลา?

สมาร์ท : ไม่ครับ มันเป็นความชอบของผมด้วย แม้จะใช้คำว่าพยายามก็เถอะ ตอนทำผมก็มีความสุขของผม เป็นตัวฮีลให้ผมไปได้เรื่อยๆ

 

มันมองข้ามปัญหาไปได้จริงๆ เหรอ?

สมาร์ท : จริงๆ มันก็มีวนเวียนในหัวของเรา แต่ผมก็เดินต่อไปข้างหน้า จากที่ผมผ่านเรื่องอะไรมาเยอะแยะมากมาย อยากขอบคุณประสบการณ์ปีที่แล้วที่ทั้งดีและไม่ดี มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมโตขึ้นเยอะมากๆ ผมเลยคิดว่าคีฟต่อไปข้างหน้า จากปีที่แล้วแย่มากๆ มันผ่านมาแล้ว มาอยู่ ณ วันนี้แล้ว ณ ตรงนี้ วันนี้เรื่องที่เกิดขึ้นพออนาคตเราก็ผ่านไปได้อยู่แล้ว

 

คิดมั้ยว่าอาชีพนี้มันใช่หรือเหมาะกับเรามั้ย หรือเวย์นี้ไม่ใช่ของเรา?

สมาร์ท : ตอนนั้นไม่มีความคิดนี้เลยครับ ผมก็ไม่รู้ผมคิดอะไร แค่รู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันรับมือไม่ทัน มันเกิดอะไรขึ้นเฉยๆ มากกว่า ณ ตอนนั้น

 

ครอบครัวว่าไงบ้าง?

สมาร์ท : เขาก็เป็นห่วงครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมก็ทำได้แค่บอกว่าไม่เป็นไร เขาก็มีถามว่าอยากกลับบ้านมั้ย ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร ผมไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วง เพราะผมก็ไม่ได้ตัวคนเดียวอยู่แล้ว

 

อนาคตต้องกลับมาเล่นซีรีส์ มีแพลนมั้ย?

สมาร์ท : BL ตอนนี้ก็มีแพลนที่จะเล่นซีรีส์ครับ มีแพลนไว้แล้วครับ ถามว่ากลัวมั้ย ณ ตอนนี้ผมยังไม่มี แต่ผมไม่ได้มีคู่นะ แจ้งให้ทราบก่อน เป็นบทที่ยังไม่มีคู่ มีหลายๆ คอมเมนต์และเวลาผมไปเจอแฟนคลับหน้างาน เขาถามว่าจะทิ้งการแสดงแล้วเหรอ คิดถึงการแสดงจังเลย ผมก็อยากบอกว่าผมไม่ได้ทิ้งไปไหน ผมก็ทำควบคู่กันไปนี่แหละครับ ตอนนี้ก็วางแพลนไว้แล้ว

 

คิดมั้ยเคมีคู่จิ้นเราต้องเป็นยังไง?

สมาร์ท : ผมไม่ได้คิดตรงนั้นเลย ผมมองว่าเป็นการยอมรับตัวตนอีกคนมากกว่า เลยไม่ได้คิดว่าอีกคนที่เข้ามาต้องเป็นยังไง ผมค่อยๆ ไปทำความรู้จัก ณ ตอนนั้นดีกว่า ว่าคนที่เราต้องเล่นด้วยจะมาในรูปแบบไหน เราสามารถปรับหรือคุยกับเขายังไง

 

อยากบอกอะไรคนที่เข้าใจผิด?

สมาร์ท : ถึงแม้ว่าจะมีคอมเมนต์ด่าผม ผมไม่ได้โกรธเลยครับ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ผมตัดสินใจลงไป ย่อมมีผลตามมาอยู่แล้ว ถ้าวันนี้การพูดของผม ทำให้ทุกคนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น อาจไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่เข้าใจขึ้นมาสักนิด ผมก็รู้สึกดีใจแล้ว และอยากขอบคุณทุกคนที่คอยซัปพอร์ต สนับสนุนผม คอยคอมเมนต์ให้กำลังใจ ผมขอบคุณจริงๆ ที่เข้าใจในตัวตนของผม ชื่นชอบผม อยากขอบคุณหลายๆ อย่างเลย ทั้งดีและไม่ดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม เพราะมันก็เป็นบทเรียนให้ผมได้เรียนรู้ รู้จักโลกมากขึ้น รู้จักคนมากขึ้น ผมก็อยากขอบคุณทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง ขอบคุณมากครับ

 

ค่ายมีอะไรเพิ่มเติม?

ภิรญา : ก็อยากขอบคุณคู่ค้า แฟนคลับ รวมถึงพี่ๆ สื่อทุกท่าน ที่คอยให้กำลังใจ เป็นกระบอกเสียงให้กับเรา และอยู่กับเราตรงนี้ ขอบคุณทุกคนค่ะา