“ฟ้าใส ปวีณสุดา” “เอส อนุสิทธิ์” ผู้จัดการส่วนตัว พร้อมด้วย “ทนายนงลักษณ์ แตงเจริญ” และ “ทนายคริส โปตระนันทน์”

0
167

“ฟ้าใส ปวีณสุดา” “เอส อนุสิทธิ์” ผู้จัดการส่วนตัว
พร้อมด้วย “ทนายนงลักษณ์ แตงเจริญ” และ “ทนายคริส โปตระนันทน์”

เมื่อเช้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมา?
ฟ้าใส : “เมื่อเช้ามีการพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความ ขอความช่วยเหลือสำหรับคนที่หมิ่นประมาทบนโซเชียลมีเดีย”

ทนายนงลักษณ์: “มีหลายคนค่ะ เราก็ดูจากพยานหลักฐานขณะนี้ เจ้าหน้าที่ปอท.ได้มารับเรื่องเพื่อติดตามสืบหาคนที่ใช้เพจ ซึ่งเราไม่ทราบว่าเป็นใคร ใช้เวลานิดหน่อยค่ะ”

ฟ้าใส : “ที่ถูกโจมตีมีทั้งนางงามลวงโลกเอย มีทั้ง…หลายเรื่องเลยค่ะ โกหก ไม่มีวินัย เข้ากองสาย พูดถึงคุณพ่อคุณแม่ และที่ไม่เป็นเรื่องจริง ก็แจ้งความคนที่พูดเท็จค่ะ ฟ้าใสมองว่าฟ้าใสเงียบมาตลอด นึกว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไป กลายเป็นว่าเรื่องมันหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันข้ามเส้น มันไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์หรือติ มันถึงขั้นหมิ่นประมาทไปแล้ว มันกระทบถึงการงานของฟ้าใสด้วย ที่สำคัญกระทบถึงสภาพจิตใจของคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ”

จะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่?
ทนายนงลักษณ์ : “ความเสียหายต้องดูจากความเป็นจริง คือระยะเวลาด้วย มีการใส่ความน้องทางการโฆษณามาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมมาถึงปัจจุบันนี้ ยังมีสื่อบางสื่อที่ไม่ได้เอาออก ยังค้างไว้ถ้าคิดเป็นความเสียหายก็คงดูตามตำแหน่งของน้องซึ่งเป็นนางงามท็อปไฟว์ของมิสยูนิเวิร์ส ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ หลักล้านนี่คงต้องมีแน่นอนค่ะ”

เอส : “มีหลายแอคเคาท์ บางคนก็อาจจะมีตัวตน บางคนก็ไม่มีตัวตน แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะตามให้ว่าใครเป็นคนที่โพสต์ว่าเรา ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ว่าคนจะใช้คนไม่มีตัวตน แต่ตามได้ครับ”

ทนายนงลักษณ์ : “วันนี้ท่านผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ท่านได้ออกมารับเรื่องด้วยตัวท่านเอง แล้วท่านก็ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจปอท. ซึ่งจริงๆทางปอท.เป็นการดูแลทางด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งของน้องฟ้าใสเป็นความผิดทางอาญา ทางปอท.ก็จะมีหน้าที่ส่งเรื่องมาให้สายสืบของตำรวจท้องที่ดำเนินการต่อค่ะ (ระยะเวลาเท่าไหร่?) ท่านเร่งให้ค่ะ อย่างน้อยเบื้องต้นก็จะทำให้ไม่มีการกล้าที่จะทำต่อไปในช่วงนี้ ส่วนคนเก่าก็จะใช้สายสืบตาม”

ทนายคริส : “วันนี้น้องไม่ได้แค่อยากจะเอาเรียกร้องค่าเสียหายแต่อย่างใด แต่อยากจะเรียกร้องมาตรฐานในเรื่องของการไซเบอร์บูลลี่ และเป็นการรักษาสิทธิ์ของเด็กผู้หญิงคนนึงที่เข้าร่วมกองประกวด แต่กลับได้รับคำวิจารณ์หรือคำด่าทอที่ทำให้ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง อยากจะยกมาตรฐานนี้ในสังคมไทยให้สูงขึ้น ไม่ว่าใครก็ตามจะคอมเม้นต์ จะออกความคิดเห็นที่อาจจะเป็นการเสียหาย ก็ต้องคิดถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในทางคดีด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่น้องฟ้าใสอยากจะยกระดับและทำให้สังคมของประเทศไทยดีขึ้น เกรียนคีย์บอร์ดจะได้ไม่ต้องออกมาอาละวาดอีกต่อไป”

ตอนนี้มีเคสไหนติดต่อมาเจรจาหรือยัง เพราะคนด่าน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเราจะดำเนินคดี?
เอส : “ไม่มีติดต่อเข้ามา แต่มีการแจ้งเพิ่ม”

ทนายนงลักษณ์ : “เรื่องเจรจาคงต้องดูเป็นเคสบายเคสไป ว่าสำนึกผิดหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การสำนึกมันก็ต้องดูความเสียหายของน้องด้วย ว่าเยียวยาความเสียหายของน้องเท่าไหร่ แต่จริงๆน้องไม่ได้ต้องการตัวเงินเลยค่ะ ถ้าสมมติว่าฟ้องแล้วได้ค่าเสียหายคงเอามาช่วยการกุศลค่ะ เรื่องไปศาลเป็นหน้าที่ของทนายความ ระยะเวลาเดี๋ยวนี้ไม่นานหรอกค่ะ”

รู้สึกยังไงที่ได้ออกมาพูดมาชี้แจง?
ฟ้าใส : “โล่งใจค่ะ ที่อย่างน้อยได้มีโอกาสพูดความจริงที่เกิดขึ้น ตอนนี้รู้สึกว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนธันวาคม(2562) จนถึงปัจจุบัน ฟ้าใสก็ได้เจอกับหลากหลายสภาพจิตใจ ตอนนี้รู้สึกโล่งแล้ว สามารถมูฟออนได้เต็มที่ค่ะ”

เห็นบอกว่าจะเข้าไปรับมงกุฎคืน จะเข้าไปรับวันไหน?
ฟ้าใส : “ใช่ค่ะ”

เอส : “ต้องขอโทษสื่อมวลชนจริงๆ ที่ไม่ได้นัดแถลงข่าว จากที่พูดไปครั้งที่แล้วมันจะไปมา ไปมาหลายรอบ เอาเป็นว่ามีการนัดไปแล้ว วันอาทิตย์นี้ 15.00 น. ที่บริษัทเขา ฟ้าใสจะไปกับทีมงานและแฟนคลับทั้งหมด เราจะไปร่วมรับด้วยกัน ทุกอย่างจบดีแน่นอน เราไม่ได้มาเพราะความเกลียดชัง ความโกรธ แต่เรามาด้วยความรักที่ตั้งใจอยากจะให้ทุกอย่างจบด้วยดี”

วันนั้นจะต้องได้เจอกับพี่ณะ พี่ปุ้ย?
ฟ้าใส : “ได้เจอกันแล้วค่ะ”

วาดภาพตัวเองได้รับมงกุฎคืนหน่อย คิดว่าจะน้ำตาไหลไหม?
ฟ้าใส : “ต้องไปดูกันนะคะ ความรู้สึกตอนนี้คือเหมือนกลับมาหาแม่นะลูก (ยิ้ม)”

เอส : “จริงๆ ก่อนหน้านี้ทำมงฯมาอันนึงแล้ว ในข้อตกลงฉบับที่ 4 ได้ระบุว่าให้น้องสามารถทำมงกุฎจำลองได้ ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้ วันนี้ก็เอามาด้วยแต่ลืมหยิบมา แต่ถ้าเราได้มงกุฎจริงก็จะดีกว่านะ เราก็ทำไปแล้วด้วยความรู้สึกว่าอยากให้น้องมีมง ตอนนี้ฟ้าใสก็ได้มงกุฎประจำตำแหน่งแล้ว อีกอันเดี๋ยวพี่เอสใส่เอง”

หลังจากรับมงกุฎเรียบร้อยแล้วจะยังไงต่อ จะเรียกร้องเรื่องเงินรางวัลอื่นๆ คืนด้วยมั้ย?
เอส : “จริงๆ เรามูฟออนแล้ว”

ฟ้าใส : “ใช่ค่ะ สำหรับฟ้าใสมูฟออนแล้วค่ะ จุดประสงค์ของฟ้าใสตอนแรกเลยจริงๆ ไม่ได้จะออกมาเรียกร้องอะไรเลย แค่อยากจะให้ความจริงปรากฎ และกระจ่าง รับมงเสร็จแล้วคือจบ อยากมูฟออนแล้วค่ะ ดรามามานานแล้วเนอะ ส่วนใครที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อฟ้าใสก็แล้วแต่เลย เราไม่สามารถไปบังคับใครให้เชื่อแบบไหน สำหรับฟ้าใสสบายใจที่ได้ออกมาพูดความจริงในวันนี้และมีหลักฐานมายืนยัน ส่วนสุดท้ายคุณจะพิจารณาแบบไหน ก็ให้สิทธิ์คุณเลยค่ะ”

เอส : “เราได้เปิดรายละเอียดไปแล้ว จะเห็นเลยว่าหลักฐานของเราชัดเจน ทุกคำที่เราพูด ทุกคำที่เราเปิด เป็นข้อเท็จจริง”

หลังจากนี้จะยังสามารถร่วมงานกับกองประกวดได้มั้ย?
เอส : “ไม่มีบาดหมางกันหรอก เพราะทุกอย่างคุยกันที่ข้อเท็จจริง หลักฐานคุยกันตามข้อเท็จจริง เรายังเคารพกันเหมือนเดิม ล่าสุดได้เจอกันที่งานงานนึง ผมก็ได้ไหว้พี่ณะใกล้ๆ เลยสักประมาณครึ่งเมตร ทักทายสวัสดีครับด้วยความนอบน้อม แต่ทุกอย่างมันก็ต้องพูดตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน เรื่องส่วนตัวไม่มี ถ้าไม่มีการว่าร้ายน้องอีกไม่ว่าจะทางใดก็ตาม เรายุติ เพราะเราอยากทำงานแล้ว น้องเหนื่อยมากเลย โพสต์เฟซบุ๊ควันละหลายรอบมาก คือเหนื่อยมากจริงๆ ขอให้เราได้ทำงานเถอะ เรามูฟออนแล้ว เราได้มงกุฎก็ไม่มีใครมาว่าร้ายเราอีก เราโอเคแล้ว”

ฟ้าใส : “ฟ้าใสยังสามารถร่วมงานกับกองประกวดได้ ยังมีเงินของกองทุนอยู่ ที่เอาเงินที่แฟนคลับช่วยการกุศลเอาไปช่วยผู้ที่ด้อยโอกาส หลังจากนี้ก็พร้อมทำงานแล้ว ตอนนี้ก็มีโปรเจ็กต์หลากหลายที่เข้ามา ก็อยากจะมุ่งหน้าไปโปรเจ็กต์ต่างๆ อีเว้นต์ต่างๆ แล้ว ขอบคุณที่ไม่ตัดสินฟ้าใสก่อนที่จะได้ยินฟ้าใสออกมาชี้แจง ขอบคุณที่เป็นกำลังใจรักฟ้าใสมาตลอด เรียกว่าฟ้าใสคนเดิมกำลังกลับมาแล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริงๆ ค่ะ”